“แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ได้กำชับ “รัฐมนตรี” ของพรรคเพื่อไทย ทุกคน ที่ว่างเว้นจากการปฏิบัติหน้าที่ประจำในช่วงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้ ลงพื้นที่น้ำท่วมในภาคเหนือตอนบน
น่าสนใจว่า การขยับที่เหมือนเป็นการบอกเล่า จาก แพทองธาร ลูกสาวเจ้าของพรรคเพื่อไทย ที่ถ่ายทอดไปยัง “รัฐมนตรี” ของพรรค นั้น มาถูกที่ และถูกเวลา เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน เสียหาย
ตั้งแต่จ.แม่ฮ่องสอน ลงมาถึง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และขณะนี้ในพื้นที่จ.สุโขทัย ได้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำยมและเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกร และบ้านเรือนประชาชน
ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเอง ซึ่งมี “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษาฯ ลุยนำร่อง ลงไปอยู่ นอนค้างคืนที่จ.น่าน ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ในระหว่างนี้ ที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยังอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย นายกฯอนุทิน จะยกคณะลงไปที่จ.น่าน ในวันที่ 23ส.ค.นี้
สัญญาณจากแพทองธาร และการลงพื้นที่ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยรองนายกฯยศชนัน ซึ่ง ณ เวลานี้ถือเป็น “เบอร์หนึ่ง” ของพรรคเพื่อไทย คือความเคลื่อนไหวที่กำลัง “มุ่ง” ไปที่การให้ความช่วยเหลือประชาชนในหลายจังหวัดภาคเหนือ แล้วยังพบว่า ไม่เพียงแต่ รัฐมนตรีของพรรคเท่านั้น ที่ “ขยับ” แต่บรรดาสส. เพื่อไทยได้ร่วมลงพื้นที่กับทั้งยศชนันและรัฐมนตรี กันอย่างพร้อมเพรียง
แน่นอนว่า ภาพการทำงานในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ของรัฐบาล ย่อมไม่พ้นที่จะถูกจับตาการแอคชั่น ระหว่าง คนของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย เอง โดยเฉพาะเมื่อ พรรคภูมิใจไทย ส่ง “มท.3” คือ “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” รมช.มหาดไทย ในฐานะกระทรวงที่คุมปภ. แต่ภาพที่ปรากฏออกมา ฝั่งพรรคสีน้ำเงิน มีมท.3 ที่ลงไป “ลุยเดี่ยว” เท่านั้น
อย่างไรก็ดี หากจะมองและทำให้เป็นประเด็นการเมือง ในจังหวะนี้ ใช่ว่าจะเป็นเรื่องยาก แต่น่าสนใจว่า พรรคเพื่อไทย แพทองธาร หรือแม้แต่ “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเอง ที่เพิ่งออกมาแสดงวิสัยทัศน์ ผ่านเวทีใหญ่ ต่างยังอยู่ในโหมดของการ “สงวนท่าที” รักษาพื้นที่ “การทำงาน” เพื่อ “โชว์ผลงาน” มากกว่าที่จะ “ปะทะ” หรือนำไปสู่การ “เปรียบเทียบ” กับพรรคแกนนำรัฐบาล
อย่าลืมว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังอยู่ในห้วงของ “ฟื้นฟู” และ “สร้าง” พรรค ให้กลับมาเข้มแข็ง ให้มากที่สุด แม้จะไม่กลับไปสู่จุดที่เคยรุ่งเรืองเท่ากับพรรคไทยรักไทย ก็ตาม
ขณะที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเจอกับมรสุมทางการเมือง แทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ “ฝ่ายค้าน” ประกาศ “จองกฐิน” เตรียมขึ้นบัญชีซักฟอก ทั้งนายกฯอนุทิน ไปจนถึง รัฐมนตรี ซึ่งดูเหมือนจะมีแต่ รัฐมนตรีในโควตาพรรคภูมิใจไทย เป็นหลัก ส่วนพรรคเพื่อไทย กลับไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ใน “กลุ่มเสี่ยงสูง” ที่จะถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
วันนี้ โอกาสในการทำงาน และทำคะแนนไปอย่างเงียบๆ ในฐานะพรรคการเมือง ที่มีสถานะเป็นพรรครัฐบาล ฉะนั้นไม่ว่า ใครจะยุให้พรรคเพื่อไทยแข็งข้อ แล้วหันไปจับมือกับพรรคกล้าธรรม เปิดสูตรตั้งรัฐบาลใหม่ จึงไม่มีทางที่จะเกิดขึ้น เพราะการทำเช่นนั้น ดูเหมือนจะเป็นการ “เล่นเกมสั้น” แถมยังไม่คุ้มค่าจนเกินไป !








