เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านว่า ขณะนี้ส่งผลกระทบในพื้นที่ 4 อำเภอ 21 ตำบล 72 หมู่บ้าน และมีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม
ปัจจุบันสถานการณ์ในอำเภอปัวเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนสามารถออกจากศูนย์อพยพและกลับเข้าสู่ที่พักอาศัยได้แล้ว ขณะที่มวลน้ำกำลังไหลบ่าไปสมทบในพื้นที่อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง และคาดว่าจะเข้าสู่อำเภอเมืองน่านภายใน 5 ชั่วโมง ทางเทศบาลเมืองน่านจึงประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย โดยประชาชนในพื้นที่มีความพร้อมในการรับมือเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ มวลน้ำจากจังหวัดน่านจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์โดยตรง ประกอบกับกลุ่มเมฆฝนเริ่มเบาบางลง จึงช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจขยายวงกว้างไปยังจังหวัดอื่น
“ด้านความปลอดภัยของประชาชน กระทรวงมหาดไทยได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยสั่งการให้หน่วยงานฝ่ายปกครองร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่เร่งลงพื้นที่เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่พักอาศัยอยู่ในเส้นทางน้ำ ให้อพยพออกมายังศูนย์พักพิงล่วงหน้าทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำมาถึง เพื่อป้องกันอันตรายและความยากลำบากที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำท่วมสูง” นายพลพีร์ กล่าว
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม ทำให้ประชาชนกว่า 27,000 รายไม่มีไฟฟ้าใช้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งดำเนินการกู้คืนระบบไฟฟ้า พร้อมเตรียมรถปั่นไฟสำรองลงพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการจ่ายไฟฟ้าให้โรงพยาบาลและศูนย์อพยพเป็นลำดับแรก
ส่วนการจัดหาน้ำดื่ม อาหาร และสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น จังหวัดน่านได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านและภาคีเครือข่าย เร่งดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยการประปาส่วนภูมิภาค ได้สนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวด รวมถึงรถผลิตน้ำดื่มจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังได้ประสานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้งทรู เอไอเอส และเอ็นที จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อดูแลให้ระบบสื่อสารภายในศูนย์อพยพ รวมถึงการติดต่อสื่อสารในพื้นที่ประสบภัยสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเครื่องจักรกลเข้าฟื้นฟูพื้นที่ทันทีหลังระดับน้ำลดลง
นายพลพีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคเหนือแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่ติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งได้เตรียมความพร้อมและแจ้งเตือนจังหวัดที่มีความเสี่ยงแล้ว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มลดลง ซึ่งจะช่วยให้การระบายน้ำตามเส้นทางธรรมชาติทำได้รวดเร็วขึ้น หากเกิดสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมืออย่างต่อเนื่อง
#น้ำท่วมน่าน #น้ำท่วม2569 #น่าน #มหาดไทย #น้ำป่าไหลหลาก #น้ำท่วมภาคเหนือ #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #ข่าวน้ำท่วม #ข่าววันนี้








