ผนึกความร่วมมือไทย–สปป.ลาว นำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศวิเคราะห์พื้นที่ชายแดน ตั้งเป้ายกระดับรับมืออาชญากรรมข้ามชาติในลุ่มน้ำโขง
วันที่ 18 ส.ค.2569 ที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (บก.ตม.4) จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 พร้อมด้วย นายมัสฮูริยา คูมา ดุสตา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาลุ่มน้ำโจง ประเทศเกาหลี ( Mr.Madhuriya Kumar Dutta Director of Mekong-Republic of Korea Coperation Fund หรือ MKCF) ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุม“CRIMESAT–Mekong” ซึ่ง บก.ตม. 4 ร่วมกับ สถานบันพัฒนาลุ่มน้ำโขง ประเทศเกาหลี ได้จัดทำโครงการขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลเชิงพื้นที่ มาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมศักยภาพการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมจัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการ หรือ Project Advisory Committee (PAC) ครั้งที่ 1 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.ที่ปฎิบัติงานตามแนวเขตลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่ จ.เลย,หนองคาย,บึงกาฬ,นครพนใ,มุกดาหาร,อำนาจเจริญและอุบลราชธานีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 กล่าวว่า CRIMESAT–Mekong มีชื่อโครงการอย่างเป็นทางการว่า โครงการรูปแบบการเสริมสร้างประสิทธิภาพการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติระหว่าง ประเทศไทยและ สปป.ลาว ผ่านการใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมและการ แลกเปลี่ยนข้อมูลในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง หรือ The Model for Enhancing the Efficiency of Investigation and Suppression against Transnational Crimes between Thailand and Lao PDR through Satellite Imagery Technology and Information Exchange in the Mekong Sub-region เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์พื้นที่ สนับสนุนการสืบสวนและยกระดับการปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก ซึ่งดำเนินการโดย บก.ตม.4 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก Mekong–Republic of Korea Cooperation Fund หรือ MKCF กว่า 699,940 ดอลลาร์สหรัฐ มีกำหนดระยะเวลาด าเนินโครงการ 3 ปี เพื่อพัฒนา ศักยภาพบุคลากรและสร้างรูปแบบการใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมให้สามารถนำไป ประยุกต์ใช้กับงานสืบสวนและการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
" จากพื้นที่เข้าถึงยาก สู่ ข้อมูลจากอวกาศ เพื่อยกระดับงานสืบสวนพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะแนวชายแดนไทย–สปป.ลาว ยังคงเผชิญกับอาชญากรรมข้ามชาติในหลายรูปแบบ ทั้งการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ อาชญากรรมเกี่ยวกับยาเสพติด และการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมายข้ามพรมแดน ขณะที่ลักษณะภูมิ ประเทศตามแนวแม่น้้ำโขง พื้นที่ห่างไกล และจุดที่ยากต่อการเข้าถึง ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญต่อการตรวจการณ์และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ CRIMESAT–Mekong จึงถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิดในการนำ ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศมาเป็น อีกหนึ่งสายตาจากอวกาศ เพื่อสนับสนุนงานสืบสวนภาคพื้นดิน ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นภาพรวมของพื้นที่ วิเคราะห์จุดเสี่ยงสนับสนุนการวางแผน และเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนธรรมชาติและพื้นที่ที่ยากต่อการตรวจการณ์"
ผบก.ตม.4 กล่าวต่อว่า CRIMESAT–Mekong มุ่งดำเนินงานในพื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว โดยมีพื้นที่นำร่องในประเทศไทย โดยเฉพาะหนองคาย บึงกาฬ นครพนมและมุกดาหาร ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญตามแนวแม่น้ำโขง และมีบริบทด้านการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนที่หลากหลายขณะเดียวกัน โครงการยังเปิดพื้นที่สำหรับ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และความร่วมมือกับประเทศอื่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมถึง เวียดนาม บนพื้นฐานของความสมัครใจความเข้าใจร่วมกัน และความเห็นชอบของประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสามารถต่อยอดแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ โดยหัวใจสำคัญของโครงการคือ การยกระดับประสิทธิภาพการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างประเทศไทย และ สปป.ลาว ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม ควบคู่กับการส่งเสริมการประสานงานและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเหมาะสม โดยยึดหลัก ความเข้าใจร่วมกัน ความสมัครใจ และการเคารพกฎหมาย ระเบียบ และกระบวนการภายในของแต่ละประเทศเพื่อให้สามารถรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น








