ตำรวจขอนแก่นประสาน พฐ.และฝ่ายปกครอง ตรวจสอบยาบ้าถูกฝังในพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักข้าราชการเรือนจำกลางขอนแก่น เร่งตรวจสอบที่มาของกลาง พร้อมสอบคนงานและผู้เกี่ยวข้อง ตั้ง 2 แนวทาง ทั้งติดมากับดินถมและมีผู้ลักลอบนำมาทิ้ง ขณะที่เรือนจำสั่งปิดกั้นพื้นที่ก่อสร้าง คุมเข้มการเข้า-ออก ป้องกันบุคคลภายนอกเข้าถึงพื้นที่
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 17 ส.ค.2569 นายไพรัตน์ ขมินทกูล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก. สภ.เมืองขอนแก่น ,นายเดชา โสภาจิตร ปลัดอำเภอเมืองขอนแก่น และนายอรรถพล ทิพย์ดารา ปลัดอำเภอเมืองขอนแก่น ฝ่ายความมั่นคง นำพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น,เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 4,เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางขอนแก่น และฝ่ายปกครอง อ.เมืองขอนแก่น ร่วมกันตรวจสอบจุดพบยาเสพติด ภายในบริเวณจุดก่อสรา้งอาคารบ้านพักข้าราชการเรือนจำกลางขอนแก่น ซึ่งอยู่บริเวณทิศใต้ของเรือนจำ ภายหลังจากได้รับแจ้งจากคนงานก่อสร้าง ขณะนำรถแบ็กโฮเข้าทำการขุดปรับแต่งสภาพที่ดินภายในพื้นที่ เพื่อเตรียมการก่อสร้าง ก่อนขุดพบถุงพลาสติกทึบแสงต้องสงสัย ถูกฝังซุกซ่อนอยู่ใต้ดินรวม 30 ถุง แบ่งเป็นถุงสีน้ำเงิน 24 ถุง และถุงสีชมพู 6 ถุง โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นบริเวณจุดที่พบของกลาง ทั้งบริเวณริมรั้วที่มีการปรับพื้นที่ที่เป้นจุดที่พบถุงครั้งแรกและจุดที่รถแบ็คโฮทำการลากถุงพลาสิตกที่บรรจุยาบ้าไปซึ่งห่างจากจุดที่ขุดพบประมาณ 50 เมตร พร้อมทั้งสอบปากคำคนงานก่อสรา้ง คนขับรถแบ็กโฮและเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ปฎิบัติหน้าที่เวรและฝ่ายควบคุมการก่อสรา้งในโครงการดังกล่าวทั้งหมดตามขั้นตอนของการตรวจสอบและสอบสวน
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จุดที่พบยาบ้าทั้งหมด อยู่บริเวณริมแนวเขตของการก่อสร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากกำแพงเรือนจำที่คุมขังผู้ต้องโทษประมาณ 10 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่เรือนจำได้รับแจ้งว่าพบยาบ้าทั้งหมดขณะกำลังปรับพื้นที่ในจุดดังกล่าว โดยจุดที่พบนั้นเดิมเป็นที่รกทึบมีการทิ้งขยะและรอการปรับพื้นที่ โดยรถแบ็กโฮทำการปรับเกลี่ยขยะและถมดิน จนกระทั่งพบของกลางดังกล่าวทั้งหมด
"ต้องตรวจพิสูจน์ว่าของกลางที่พบนั้นเป็นของเก่าหรือของใหม่ รวมทั้งการเร่งสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามแนวทางการสอบสวน และการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งจุดที่พบนั้นอยู่ตรงข้ามกับกล้องของเรือนจำ แต่มุมกล้องหันไปคนละด้าน ดังนั้นในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นยาบ้าที่กลุ่มคนไม่หวังดีมาวางทิ้งไว้เพื่อกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด หรือการที่ยาบ้าดังกล่าวติดมากับดินที่ถูกนำมาถมที่ดินในบริเวณนี้ ทั้งกหมดจะต้องพิสูจน์ทราบตามขั้นตอนต่อไป"
ขณะที่ นายไพรัตน์ ขมินทกูล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแ่กน กล่าวว่า ทุกประเด็นจะต้องมีการตรวจสอบและสอบสวน ซึ่งในเบทื้องต้นได้ประสานงานร่วมกับบริษัทฯผู้รับเหมา เนื่องจากเรือนจำได้ส่งมอบพื้นที่ให้กับภาคเอกชน ทำการก่อสรา้งอาคารที่พักข้าราชการ ซึ่งสูง 4 ชั้น ทั้งหมด 32 ห้อง โดยส่งมอบพื้นที่ตั้งแต่เดือน ก.พ. และเริ่มดำเนินการตามสัญญาจ้างในเดือน ก.ค. จนกระทั่งมาพบเหตุการณืดังกล่าว ดังนั้นจากนี้ไปคือการปิดกั้นพื้นที่ก่อสรา้งดังกล่าวทั้งหมดเพื่อไม่ให้คนงาน กับนักโทษที่ออกมาบริการสังคมได้พบเจอกันรวมทั้งการไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่บริเวณเด็ดขาด
" เรามีสายตรวจออกตรวจบริเวณโดยรอบเรือนจำทุกชั่วโมง ทั้งยังคงมีการจัดเจ้าหนา้ที่ประจำบนป้อมยามหอสูงของเรือนจำ ตลอดทั้ง 24 ชม. ดังนั้นมาตรการจากนี้ไปจะต้องคุมเข้มการเข้า-ออกของบุคคลทั้งหมดว่าใครคือคนในและใครคือคนนอก การกำหนดจุดจอดรถ จุดพักคอยของญาติ พื้นที่บ้านพักของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันการตรวจค้นเรือนจำเราดำเนินการอย่างเข้มข้นทุกสัปดาห์ ควบคู่กะับการสุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตามจากนี้ไปทั้งหมดจะต้องเข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะเกิดขึ้นมาอีก"








