“นักกฎหมายมหาชน” ชี้แจงกลไกสภาฯ ปมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ย้ำคดีฮั้ว สว. เกิดขึ้นในยุครัฐบาลแพทองธาร ไม่เกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาลอนุทิน เชื่อฝ่ายค้านคุมเสียงไม่ได้ พร้อมเตรียมดำเนินคดี “สมชัย” อดีต กกต. ข้อหาเรี่ยไรเงิน-ฉ้อโกงประชาชน
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้แสดงความเห็นต่อกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เตรียมยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในประเด็นคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ระบบรัฐสภาไทยว่า ถูกออกแบบให้มีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส. สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯ
ดร.ณัฏฐ์ ชี้แจงว่า การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจจะต้องเกิดจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดนั้นๆ แต่สำหรับกรณีปมคดีฮั้ว สว. แม้จะมีการกล่าวหาว่าพัวพัน แต่ข้อเท็จจริงเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2567 ในยุครัฐบาลของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกันกับการบริหารงานของรัฐบาลอนุทินแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติ การยื่นญัตติอภิปรายใช้เสียง ส.ส. เพียง 1 ใน 5 (100 เสียง) ซึ่งพรรคประชาชนมีเสียงเพียงพอ แต่ในการลงมติไม่ไว้วางใจต้องใช้เสียงข้างมากถึง 251 เสียง หากรัฐบาลยังคงครองเสียงข้างมากในสภาได้ โอกาสที่รัฐมนตรีจะหลุดจากตำแหน่งจึงมีน้อยมาก พร้อมตั้งคำถามถึงฝ่ายค้านว่า เหตุใดจึงไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบตั้งแต่ายุครัฐบาลก่อนหน้า และการตรวจสอบกรรมการองค์กรอิสระเป็นอำนาจของ กกต. ไม่ใช่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ
ดร.ณัฏฐ์ ยังกล่าวถึง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โดยระบุว่า เตรียมจะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีด้วยตนเอง ในข้อหาเรี่ยไรเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังพบเบาะแสการเปิดระดมทุนเรี่ยไรเงินเพื่อนำมาต่อสู้คดี
ส่วนกรณีนักการเมืองท้องถิ่นในภาคอีสานที่โพสต์ข้อความสุ่มเสี่ยง ดร.ณัฏฐ์ เตือนว่าหากมีการตีความหรือพาดพิงแอบอ้างไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ตนพร้อมจะดำเนินคดีอาญาแผ่นดินทันที เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้








