สาวลาวพาลูกสาววัย 10 ปีเข้าเทศบาลเมืองสระบุรี หวังทำบัตรประชาชนใหม่โดยใช้บัตรของผู้อื่น เจ้าหน้าที่จับพิรุธ ตรวจฐานข้อมูลพบใบหน้าไม่ตรง ก่อนแจ้งตำรวจจับกุม สอบสวนผู้พาอีก 2 คน พร้อมตรวจสอบประวัติการสวมสิทธิ์หลายพื้นที่
วันที่ 10 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสระบุรี ว่ามีหญิงต้องสงสัย เข้ามาทำบัตรประชาชน ภายในห้องสำนักงานท้องถิ่นเทศบาลเมืองสระบุรี โดยมีหญิงสาวชาว สปป.ลาว และลูกสาว อายุ 10 ขวบ พร้อมด้วยนายภูพิง (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี (เป็นผู้พามา) โดยการนำบัตรประชาชนที่เสียแล้ว ของผู้อื่น ในสภาพบัตรที่ ตัวหนังสือเลอะเลือน ไม่สามารถเห็นเลข 13 หลัก และชื่อ-สกุล นำมาขอทำบัตรประชาชนใบใหม่ ทางเจ้าหน้าที่งานทะเบียนราษฎร์ ได้ตรวจสอบ และสอบถาม ก็ไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลไดๆได้
ทางเจ้าหน้าที่ เล่าว่า ทางนายภูพิง คนที่พามาบอกว่าทางหญิงสาวชาวลาว จะไปซื้อตั๋วรถประจำทาง แต่ไม่สามารถซื้อได้ เนื่องจากว่าเลขบัตรประชาชนมันเลือนราง จึงได้พามาทำบัตรให้ใหม่ และเมื่อตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และตัวผู้ขอทำบัตร ไม่ใช่คนๆเดียวกัน เหมือนกับว่าเข้ามาสวมสิทธิ์ในทะเบียนราษฎร์จึงได้แจ้งไปทางหัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎร์ ให้เข้าดำเนินการ จากนั้นทางหัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎร์ ได้เข้าสอบถามปรากฏว่าผู้มาขอมีบัตร พ่อชื่ออะไร แม่ชื่ออะไร ก็ตอบไม่ได้ อายุเท่าไร ก็ตอบไม่ได้จึงเกิดความสงสัย จากนั้นจึงได้ไปตรวจฐานข้อมูล จึงได้ทราบว่าเจ้าของบัตรตัวจริง ใบหน้าไม่ใช่แบบนี้ ซึ่งไม่ตรงกับคนที่อยู่ตรงหน้าตนเอง ก็เลยถามว่ามาสวมสิทธิ์คนอื่นใช่ไหม ไปเอารายการของใครมา ซึ่งเขาก็ไม่ยอมรับ จนคาดคั้นและทราบว่า เป็นคนฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งมีคนไทยพามาด้วยกัน 2 คน เป็นผู้หญิง 1 คน และผู้ชายอีก 1 คน สอบถามอะไรก็ตอบไม่ได้ จากนั้นก็ร้องให้ และใช้บัตรประชาชนของคนอื่นเข้ามาสวมสิทธิ์ จากนั้นจึงได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มานำตัวไปส่งพนักงานสอบสวนยัง สภ.เมืองสระบุรี เพื่อสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง และนำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป ทางหัวหน้างานทะเบียนราษฎร์ กล่าวเสริมว่า จากการตรวจสอบทราบว่าหญิงชาวลาวมีการสวมสิทธิ์มาหลายพื้นที่ มีการสวมสิทธิ์ที่ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งรหัสที่ตนเองเห็นในบัตร ไม่ใช่เพียงแค่ที่ภาคใต้ มันเป็นรหัสของ จ.หนองคาย ส่วนบัตรของลูกสาวอยู่ จ.เพชรบูรณ์ ตนเองคาดว่าหญิงชาวลาวคนนี้ได้ไปก่อเหตุไปทั่ว
จากการสอบถามนางสาวหญิง (นามสมมติ) เล่าว่า ทางหญิงสาว สปป.ลาว ชื่อพลอย (นามสมมติ) ทำงานไซด์ก่อสร้างที่เดียวกับนายภูพิง และเมื่อนายภูพิงจะกลับบ้านที่สระบุรี หญิงสาวชาวลาว พร้อมด้วยลูกสาว วัย 10 ขวบได้ขออาศัยรถกลับมาด้วย เพื่อที่จะมาขึ้นรถต่อที่ บ.ข.ส. สระบุรี แต่ไม่สามารถซื้อตั๋วรถได้เนื่องจากว่าบัตรประชาชนที่พกมาเลือนราง มองไม่เห็นเลข 13 หลัก ตนเองและนายภูพิง จึงได้อาสาพามาทำบัตรประชาชนใบใหม่ เทศบาลเมืองสระบุรี เพื่อที่จะได้พาไปซื้อตั๋วรถกลับบ้านที่เพชรบูรณ์ ได้ ซึ่งตนเองและนายภูพิง ก็ไม่รู้มาก่อนว่าเป็นชาวลาว ที่ทำไปก็ด้วยความประสงค์ดี ไม่มีเจตนาอะไรแอบแฝง
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวน แล้วควบคุมตัวหญิงชาวลาว เข้าห้องขัง และเชิญตัวนายภูพิง และนางสาวพลอย มาสอบสวนกับพนักงานสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ต่อไป ส่วนลูกสาวของหญิงสาวชาวลาว ได้ติดต่อไปยังพ่อ ของเด้กให้มารับตัวไปดูแลต่อไป
ทางด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เผยว่า ตอนนี้ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเข้าห้องควบคุมตัว และนำตัวผู้พามาทั้ง 2 คนให้พนักงานสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ปลอมแปลงเอกสารตาม พรบ.บัตรประชาชน ส่วนห้องหา หลบหนีเข้าเมือง ต้องตรวจสอบก่อน








