คืบหน้าคดีแม่วัย 38 ปี ร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกสาววัย 19 ปี เสียชีวิตปริศนาในห้องเช่าสระบุรี เพื่อนอ้างกินทุเรียนจนช็อก แต่ผลชันสูตรพบสารเสพติดและภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะที่ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท เร่งรวบรวมหลักฐานคลี่คลายข้อสงสัย
วันที่ 7 สิงหาคม 2568 จากกรณีที่นางสาวสายทิพย์ คุณแม่วัย 38 ปีเข้าร้องต่อเพจสายไหมต้องรอด ว่าโดยวันเกิดเหตุที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีเพื่อนชายและหญิงมารับลูกสาววัย 19 ปี ออกจากบ้านไปที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใกล้เทศบาลพระพุทธบาท จ.สระบุรี จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เพื่อนชายอ้างว่าลูกสาวมีอาการชักเกร็งจึงโทรแจ้งสายด่วน 1669 นำตัวส่งโรงพยาบาลพระพุทธบาท แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้แม้จะปั๊มหัวใจนานกว่า 30 นาทีเบื้องต้นกลุ่มเพื่อนอ้างสาเหตุว่าเกิดจากการที่ลูกสาวรับประทานทุเรียนจนเกิดอาการช็อก แต่ทาง คุณแม่ไม่เชื่อคำกล่าวเนื่องจากลูกสาวทานทุเรียนไม่เป็น ซึ่งต่อมาผลการชันสูตรร่างได้รับการยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวและพบสารเสพติดในร่างกาย โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทานทุเรียนตามที่เพื่อนอ้าง ทำให้ครอบครัวปักใจเชื่อว่าลูกสาวอาจถูกวางแผนมอมยา
นอกจากนี้ ครอบครัวตั้งข้อสังเกตในหลายประเด็น ทั้งเรื่องระยะเวลาการนำส่งโรงพยาบาลที่ล่าช้าผิดปกติ ทั้งที่ห้องเช่าอยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่ถึง 1 กิโลเมตร ประเด็นเรื่องโทรศัพท์มือถือของลูกสาวถูกเพื่อนนำไปและเมื่อได้คืนกลับพบว่ามีการปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทั้งที่มีข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติในช่วงเวลาใกล้เสียชีวิต และยังมีประเด็นปมความขัดแย้งล่วงหน้ากับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่แถวหน้าพระลาน จากกรณีที่มีแฟนหนุ่มของเพื่อนในกลุ่มมาแอบพูดคุยกับผู้ตาย ทั้งที่ผู้ตายเป็น LGBTQ รวมถึงยังพบข้อความแชตปริศนาคล้ายกับการนัดหมายล่อลวงให้ออกมา ซึ่งคุณแม่ยืนยันว่า ลูกสาวไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับสารเสพติดมาก่อน
โดยนางสาวสายทิพย์ ได้ตั้งปมสงสัยไว้หลายข้อ 1.นำส่ง รพ.ช้า 2.นำโทรศัพท์ไปปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 3.ข้อมูลอินเตอร์เน็ตผิดปกติ ช่วงใกล้เสียชีวิต 4.ขัดแย้งกับวัยรุ่น เพราะแฟนหนุ่มของเพื่อนในกลุ่มแอบคุยกับลูก ทั้งที่ลูกเป็น LGBTQ 5.แซตปริศนานัดล่อลวง ลูกสาวออกมาพบ
ล่าสุด พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ชินวัชร์ พุทธ สว.สส.สภ.พระพุทธบาท เชิญตัวนางสาวสายทิพย์ ผึ่งผาย อายุ 38 ปี แม่ของนางสาวเนวรินทร์ (ผู้เสียชีวิต) มาสอบปากคำเพิ่มเติมถึงข้อสงสัยในการเสียชีวิต ของบุตรสาว โดยทางเจ้าห้าที่ตำรวจใช้เวลาในการสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง
ซึ่งหลังจาการสอบสวนนางสาวสายทิพย์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนที่ได้รับแจ้งว่าลูกเกิดเหตุ ที่ทาง รพ.โทรมาแจ้งว่าลูกสาเสียชีวิตแล้ว พยายามปั๊มหัวใจให้แล้วแต่ว่าไม่ขึ้น และเมื่อตนเองมาถึง รพ.ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าลูกสาวได้เสียชีวิตก่อนที่จะมาถึง รพ.ตนเองจึงถามว่าน้องเป็นอะไรมา ได้รับคำตอบเหมือนเพื่อนๆแจ้งว่า กินทุเรียนเข้าไปแล้วชัก เกิดอาการร้อนแล้วถอดเสื้อผ้า ซึ่งทาง รพ.ก็บอกว่าขอให้ทาง รพ.ชันสูตรก่อน ซึ่งผลชันสูตรออกมาว่าในกระเพาะไม่มีทุเรียน พบเพียงแต่สารเสพติด และหัวใจล้มเหลว ซึ่งตนเองติดใจในการเสียชีวิตของลูกสาว ซึ่งดูจากกล้องวงจรปิดว่ามีการล็อกห้องตอนออกไป และตอนเข้ามา ระยะเวลาที่เขาจะพาไปส่ง รพ.มันนานเกินไป ซึ่งจากห้องพักมาถึง รพ.ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที ดูแล้วเหมือนกับว่าไม่มีการกระตือรือร้นกัน ซึ่งในที่เกิดเหตุจะมีผู้หญิงอยู่ 2 คน และผู้ชาย 1 คน ซึ่งลูกสาวจะมีเพื่อนไม่มาก ส่วนใหญ่จะติดแฟนของลูกสาว ซึ่งมีแฟนอยู่ใน อ.พระพุทธบาท แต่ก็จะห่างๆกัน แล้วไปมีแฟนใหม่ที่เป็นผู้หญิง อยู่ใน อ.หนองแค ส่วนมากลูกจะอออกไปคุยกับแฟนบ้าง และก็จะกลับมาดูแลยาย ส่วนตัวติดใจว่าทำไมกลุ่มเพื่อนๆจึงได้โกหกตั้งแต่ทีแรก เพราะได้ถามย้ำหลายรอบมากว่า เป็นอะไรถึงตาย ซึ่งเขาก็ยังยืนยันว่า กินทุเรียนเข้าไป ซึ่งไม่ได้แจ้งมาว่าไปเสพยา จากที่เห็นในแซต กลุ่ม และตามที่ลงในโซเชียล พบว่ามีการใช้สารเสพติด ตนเองต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่สอบปากคำให้ละเอียด อยากให้คนที่ทำผิดกับลูกของตนได้รับโทษ เพราะว่าจากผการตรวจก้พบว่ามีสารเสพติดจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีด้วย
ทางด้านพ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท เผยว่าในด้านสำนวนการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รับเป็นคดีและได้ดำเนินการไปแล้ว ทางผู้บังคับบัญชาได้เร่งให้ทางเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานในเรื่องของผลการพิสูจน์ของแพทย์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ประสานไปยัง รพ.เพื่อขอผลรายละเอียดการผ่าพิสูจน์ มาประอบสำนวน ในส่วนของ รพ.พระพุทะบาท และ รพ.ที่รับเรื่องดำเนินการผ่าพิสูจน์โดยละเอียดที่ รพ.สระบุรี ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งรัดแล้ว อีกส่วนก็ได้เรียกแม่ของผู้เสียชีวิต มาสอบปากคำเพิ่มเติมว่ายังติดใจในประเด็นไหนบ้าง เพื่อจะคลี่คลายตามข้อสงสัย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าร่างกกายของผู้เสียชีวิต ในร่างกายก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ มีเพียงสารเสพติดในร่างกาย (เฟสแอมเฟตามิน) ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ขอเวลาอีกสักระยะหนึ่งให้ทางเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐาน ในส่วนของประเด็นที่ทางคุณแม่ยังติดใจอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ไดส่งพนักงานสืบสวน ทั้งตำรวจภูธรภาค 1 และกองสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีลงพื้นที่ช่วยเก็บประเด็นย่อยๆต่างๆให้รัดกุม ซึ่งสารเสพติดที่พบในร่างกายของผู้เสียชีวิต ก็ต้องขอความเห็นของแพทย์มาประกอบเพื่อที่จะยืนยันได้ ส่วนเรื่องทุเรียนจาการรวบรวมพยานหลักฐาน ทราบว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้ทานเข้าไป แต่มีเพื่อทานเข้าไป ซึ่งก็จะไปตรงกับผลการตรวจของแพทย์ว่า ผู้เสียชีวิตไม่ได้ทาน ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องรอรายละเอียดอีกสักนิดหนึ่ง จากผลการชันสูตรให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เรียกเพื่อนๆเข้ามาสอบปากคำตั้งแต่ต้นแล้ว และตอนนี้ก็ได้เรียกมาขยายผลในรายละเอียด ตามที่ทางแม่ของผู้เสียชีวิตยังติดใจอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำเพิ่มเติม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังคงรอประเด็นบางประเด็น และขอให้ทางเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน








