บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยองประสานตำรวจช่วยเหลือเด็กหญิงวัย 3 ขวบ หลังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กพบความผิดปกติและส่งตรวจโรงพยาบาล ก่อนพบร่องรอยบาดเจ็บที่อวัยวะเพศและสงสัยถูกล่วงละเมิดทางเพศ เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้าคุ้มครองและดูแลสภาพจิตใจ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.หญิง ณัชชา กลั่นเชื้อ สว.(สอบสวน) สภ.เพ จังหวัดระยอง รับแจ้งจาก นางรัชนี ยอดรัก หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งพาแม่และเด็กหญิงวัย 3 ขวบเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับชายวัย 24 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเด็ก หลังพบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
นางรัชนี เปิดเผยว่า เด็กหญิงพักอาศัยอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงในพื้นที่จังหวัดระยอง ก่อนเข้าเรียนที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ ต่อมาครูประจำศูนย์สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงแจ้งให้แม่ทราบและพาเด็กเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลระยอง
แพทย์ตรวจพบร่องรอยการบาดเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ จึงมีข้อสงสัยว่าเด็กอาจถูกล่วงละเมิดทางเพศ และได้เข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาและคุ้มครองตามขั้นตอน จากนั้น บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยองได้เข้าประสานช่วยเหลือและรับเด็กเข้าสู่การคุ้มครอง พร้อมจัดทีมสหวิชาชีพ นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ เข้าดูแลและพูดคุยกับเด็กตามกระบวนการที่เหมาะสมกับเด็ก เพื่อหลีกเลี่ยงการซักถามซ้ำและลดผลกระทบต่อสภาพจิตใจ
ข้อมูลที่ได้จากกระบวนการดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เด็กระบุว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ
ต่อมา คณะอนุกรรมการสหวิชาชีพได้ร่วมประชุมวางแนวทางดำเนินการกับพนักงานสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรับผิดชอบของสถานีตำรวจอีกแห่ง จึงเตรียมส่งต่อข้อมูลและสำนวนให้พนักงานสอบสวนในพื้นที่ดำเนินการตามขั้นตอน เบื้องต้น พนักงานสอบสวนเตรียมนำเด็กเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำโดยมีสหวิชาชีพร่วมดำเนินการ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี รวมถึงการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัย หากพยานหลักฐานเพียงพอ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเด็กเป็นอันดับแรก โดยจะดูแลทั้งด้านร่างกาย สภาพจิตใจ ความปลอดภัย และสิทธิของเด็ก พร้อมหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือรายละเอียดที่อาจทำให้เด็กหรือครอบครัวถูกระบุตัวตนและได้รับผลกระทบซ้ำ
ข่าวภูมิภาค








