สุดเวทนา เด็กหญิงวัย 17 ปี ใน อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ต้องกลายเป็นเสาหลักดูแลน้องวัย 2 ขวบเพียงลำพัง หลังพ่อ แม่ และญาติใกล้ชิดทยอยถูกจับกุมในคดียาเสพติด ขณะที่บ้านพักอยู่ในสภาพทรุดโทรม ถูกตัดกระแสไฟฟ้า แทบไม่มีเครื่องนอน ต้องอาศัยขออาหารจากเพื่อนบ้านประทังชีวิต ด้านนายอำเภอหนองกี่เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ พร้อมเตรียมวางแนวทางคุ้มครองเด็กทั้งสองอย่างเป็นระบบ
วันที่ 8 ส.ค.69 พันจ่าเอกไชยยันต์ พาสว่าง นายอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้กิ่งกาชาดอำเภอหนองกี่ ร่วมกับตัวแทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา ปลัด อบต.ทุ่งกระตาดพัฒนา กำนันตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา สาธารณสุขอำเภอ อสม. และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่ง ในตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา อำเภอหนองกี่ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเด็กสองพี่น้องอาศัยอยู่กันตามลำพัง ภายในบ้านที่ทรุดโทรม ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีที่นอน ต้องขออาหารจากเพื่อนบ้านประทังชีวิต เนื่องจากพ่อแม่ และญาติใกล้ชิดถูกจับกุมคดียาเสพติด ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำนางรอง ส่วนปู่ ย่าก็เสียชีวิตหมดแล้ว
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บ้านที่เด็กอาศัยมีสภาพทรุดโทรม ไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากถูกตัดกระแสไฟฟ้า ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก แม้กระทั่งที่นอนก็มีเพียงเสื่อเก่าปูนอนเท่านั้น นายอำเภอหนองกี่ จึงประสานการไฟฟ้าให้เร่งดำเนินการต่อกระแสไฟฟ้า เพื่อให้มีแสงสว่าง พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้ และเปิดรับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเด็กทั้งสองในเบื้องต้น
หลังจากนี้ ก็จะประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางช่วยเหลือเด็กทั้งสองคนอย่างรอบด้านต่อไป
สอบถามนางธิติมา เหมือดขุนทด อายุ 65 ปี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า สาเหตุที่เด็กทั้งสองต้องใช้ชีวิตกันตามลำพัง เพราะพ่อแม่ และญาติใกล้ชิดถูกจับกุมคดียาเสพติด ทำให้เด็กไร้ที่พึ่ง ก็สงสารเด็กทั้งสองคนเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา มักเห็นพี่คนโตพาน้องเดินไปขอข้าวจากเพื่อนบ้านหลายหลัง จึงช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ และเป็นผู้ประสานกำนันให้เข้ามาตรวจสอบ เพราะเห็นว่าเด็กวัย 17 ปี ไม่ควรต้องรับภาระเลี้ยงดูเด็กวัย 2 ขวบตามลำพัง ภายในบ้านไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีเครื่องนอน มีเพียงเสื่อเก่าผืนเดียว จึงได้แจ้งกำนันเพื่อประสานขอความช่วยเหลือ
ด้านนางสาวชัชชา สีสอนชา กำนันตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา เปิดเผยว่า แม่ของเด็กหญิงวัย 17 ปี ถูกจับกุมในคดียาเสพติด เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน จากนั้นพ่อถูกจับกุมประมาณ 2 เดือนครึ่ง ที่ผ่านมา ขณะที่น้องสาวของพ่อ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กวัย 2 ขวบ ก็ถูกจับกุมในคดียาเสพติดเช่นเดียวกัน ทำให้น้องวัย 17 ปี ต้องรับภาระดูแลน้องเพียงลำพัง ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวก็ไปรับจ้างจัดผักอยู่ที่ร้านบะหมี่ ได้ค่าจ้างวันละ 250 บาท ไม่มีรถเดินทางไปทำงาน แต่เจ้าของร้านช่วยรับ-ส่งทุกวัน ต้องพาน้องวัย 2 ขวบไปด้วย ขณะที่เพื่อนบ้านในชุมชนที่สงสารก็ช่วยกันแบ่งปันอาหารและดูแลเด็กตามกำลัง
กำนันตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา กล่าวต่อว่า หลังทราบเรื่อง ก็ได้รายงานนายอำเภอหนองกี่ทราบ จากนั้นนายอำเภอก็ได้สั่งการและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ ก็จะลงพื้นที่ในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินสภาพความเป็นอยู่และวางแนวทางช่วยเหลือเด็กทั้งสองอย่างเป็นระบบ
เพราะนอกจากจะห่วงเรื่องสภาพความเป็นอยู่แล้ว ตอนนี้พี่สาววัย 17 ปี ยังมีภาวะเครียดสะสมจากเหตุการณ์ที่พ่อแม่และญาติถูกจับกุม อีกทั้งปู่และย่าซึ่งเคยเป็นเสาหลักของครอบครัวได้เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้เด็กต้องเผชิญกับภาระดูแลน้องและหารายได้เลี้ยงชีพด้วยตัวเองและน้องด้วย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ประเมินว่า ครอบครัวดังกล่าวอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยสมาชิกในครอบครัวหลายรายมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและเข้าออกเรือนจำหลายครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเตรียมบูรณาการความช่วยเหลือ ทั้งด้านสวัสดิการ ความเป็นอยู่ การศึกษา และการคุ้มครองเด็ก เพื่อให้เด็กทั้งสองได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป








