ชาวบ้านชากหมาก จ.ระยอง ร้องตรวจสอบนายทุนขุด-ล้างทรายกว่า 50 ไร่ หลังพบรถแบคโฮและสิบล้อจำนวนมาก ฝุ่นฟุ้ง น้ำขุ่น หวั่นกระทบชุมชนและคลองสาธารณะ จี้ตรวจเอกสารสิทธิ ใบอนุญาต และข้อเท็จจริงโครงการ “ดินแลกน้ำ” ผู้ใหญ่บ้านเตือนผู้ประกอบการจัดเวลารถบรรทุกเข้า-ออก พร้อมฉีดน้ำล้างถนน ด้านชาวบ้านวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ หวั่นกระทบระบบนิเวศและชุมชน
วันที่ 8 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 ต.ชากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ขอให้ตรวจสอบกรณีมีผู้ประกอบการเข้ามาขุดและล้างทรายในพื้นที่ สร้างผลกระทบต่อชุมชนทั้งปัญหาฝุ่นละอองจากรถบรรทุก การขุดดิน ตลอดจนน้ำจากกระบวนการล้างทรายไหลลงพื้นที่ใกล้เคียง
ชาวบ้านระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบ้านฉาง เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า ผู้ประกอบการมีใบอนุญาตประกอบกิจการขุดทราย ล้างทราย และขนย้ายทรายถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยผู้ประกอบการอ้างว่าเป็นโครงการ “ดินแลกน้ำ” ของภาครัฐ แต่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ดำเนินการไม่ได้อยู่ในคลองสาธารณะ อีกทั้งไม่พบป้ายแสดงรายละเอียดโครงการว่าเป็นโครงการของหน่วยงานใด มีวัตถุประสงค์อย่างไร หรือได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า จุดดังกล่าวมีพื้นที่กว่า 50 ไร่ มีรถแบคโฮมากกว่า 10 คัน กำลังขุดตักทรายขึ้นจากพื้นที่และนำไปใส่รถบรรทุก 10 ล้อ ซึ่งมีการวิ่งเข้า-ออกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ขณะเดียวกันยังพบเครื่องล้างทรายขนาดใหญ่หลายจุด และมีแรงงานต่างด้าวกำลังฉีดน้ำล้างทราย ทำให้น้ำและโคลนไหลเจิ่งนองในพื้นที่ โดยบริเวณดังกล่าวอยู่ห่างจากคลองสาธารณะบางไผ่ประมาณ 100 เมตร
ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า รถบรรทุกสิบล้อขนทรายเข้า-ออกพื้นที่ตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย สร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน รวมทั้งกังวลว่าการขุดทรายและน้ำจากการล้างทรายจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำสาธารณะ โดยพบว่าน้ำบริเวณใกล้เคียงมีลักษณะขาวขุ่น
ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้แจ้งปัญหาไปยังผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งได้เข้าพูดคุยและตักเตือนผู้ประกอบการแล้ว โดยขอให้จำกัดเวลาในการนำรถบรรทุกเข้า-ออกพื้นที่ และให้นำรถน้ำมาฉีดล้างถนนเป็นระยะ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง แต่ชาวบ้านระบุว่าการแก้ไขยังเกิดขึ้นเพียงบางครั้ง จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง
ด้านนายดาว อายุ 34 ปี ผู้ดูแลกิจการขุดและล้างทราย เปิดเผยว่า บริษัทซึ่งเป็นของ “เสี่ยโจ้” ได้ดำเนินโครงการที่เรียกว่า “ดินแลกน้ำ” ร่วมกับภาครัฐ โดยเป็นการขุดทรายในพื้นที่เพื่อนำไปจำหน่าย และภาครัฐไม่ต้องรับภาระค่าแรงและค่าเครื่องจักร โดยเริ่มดำเนินการมาแล้วประมาณ 2 เดือน บนพื้นที่กว่า 50 ไร่
ขณะที่นายสุริยัน วงศ์สมบูรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้อ้างว่าเป็นโครงการของรัฐ โดยใช้ชื่อ “โครงการดินแลกน้ำ” และอ้างว่ามีการลงนามอนุมัติโดยผู้ว่าราชการจังหวัด แต่จนถึงขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่มีเอกสารมาแสดงยืนยันอย่างชัดเจน รวมถึงไม่มีป้ายโครงการติดตั้งให้ประชาชนรับทราบ
นายสุริยัน กล่าวต่อว่า หากเป็นโครงการของรัฐจริง ขั้นตอนต้องมีการดำเนินการผ่านท้องถิ่น เสนอไปยังอำเภอและจังหวัดตามลำดับ และโครงการลักษณะดังกล่าวควรเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น การขุดลอกหรือปรับปรุงคลองสาธารณะ ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีการทำประชาคมกับประชาชนในพื้นที่เพื่อรับฟังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งเรื่องเสียง ฝุ่นละออง และน้ำเสีย
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบสิทธิและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดว่า สามารถดำเนินกิจการขุดดิน ขุดทราย หรือเคลื่อนย้ายทรายได้หรือไม่ รวมถึงผู้ประกอบการมีใบอนุญาตครบถ้วนหรือไม่
“ที่ผ่านมาได้เข้าไปว่ากล่าวตักเตือนผู้ประกอบการในเรื่องรถบรรทุกเข้า-ออก และขอให้จัดเวลาให้เหมาะสม รวมถึงให้ฉีดน้ำล้างถนนเพื่อลดฝุ่น แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น และหน่วยงานด้านที่ดินและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เอกสารสิทธิ ใบอนุญาต และที่มาของโครงการว่าเป็นโครงการของรัฐจริงหรือไม่ พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำผิด” นายสุริยัน กล่าว
ทั้งนี้ ชาวบ้านยังฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบผลกระทบต่อคลองสาธารณะบางไผ่และระบบนิเวศโดยรอบ รวมถึงกำกับดูแลการขนส่งและการล้างทราย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลโครงการอย่างโปร่งใส เพื่อคลายข้อสงสัยของชุมชนต่อไป








