เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 9 ส.ค.69 ที่สถานีตำรวจภูธรปลายบาง พล.ต.อ. อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี), พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี แถลงข่าวถึงความคืบหน้ากรณี เหตุการณ์ความรุนแรงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
พล.ต.อ. อรรถพล กล่าวว่า ขณะนี้มีการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 17 ปาก และได้มีการนำหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน ซองบรรจุกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง ส่งตรวจไปยังกองพิสูจน์หลักฐานหมดแล้ว โดยจากการตรวจค้นที่บ้านผู้ก่อเหตุ ได้เก็บโทรศัพท์มือถือของเด็กที่เป็นเครื่องเก่า และเครื่องคอมพิวเตอร์ส่งตรวจเช่นกัน ส่วนที่มีกระแสว่าเด็กชอบสะสมมีดนั้น มีดที่พกมาในกระเป๋า ก็นำมาโรงเรียนด้วย
เมื่อถามถึงสาเหตุของการก่อเหตุมาจากเหตุใดบ้างนั้น พล.ต.อ. อรรถพล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ คดีนี้เราไม่ได้มาสอบเพื่อหาพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าเด็กผิดหรือไม่ผิด แต่เราอยากพิสูจน์ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เด็กก่อเหตุ ขณะนี้พบว่ามีหลายสาเหตุประกอบกัน ทั้งปัญหาครอบครัว ปัญหาภายในโรงเรียน การเรียน การมีปัญหากับเพื่อน และมีการดูสื่อโซเชียล ซึ่งไปดูพฤติกรรมรุนแรง ทุกอย่างประกอบกัน โดยพบว่าเด็กคนนี้ปัญหาเกิดจากพ่อแม่แยกทางกัน อยู่กับปู่ย่าตั้งแต่อายุ 2 ขวบ รวมกว่า 12 ปี และอาจมีปัญหาเรื่องการเรียนบ้าง ทะเลาะกับเพื่อนบ้าง จากที่สอบพยาน พบว่าเริ่มมีความสนใจศึกษาเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนมาสักระยะหนึ่งแล้ว ประมาณ 1 - 2 ปี โดยตรวจสอบจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ขณะที่ในสมุดหนังสือก็ไม่มีการเขียนระบายข้อความอะไรไว้ ซึ่งจะให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนครูภาษาไทยยังไม่มีการประสานเข้ามาให้ปากคำ แต่ตำรวจมีการติดตามแล้ว ขณะที่อาวุธปืนบีบีกันที่เคยมีไว้ ผู้ก่อเหตุได้ซื้อเอง โดยสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต และได้ถูกโรงเรียนยึดไว้ก่อนหน้านั้น เท่าที่สอบปากคำเด็กปีที่แล้ว มีการนำปืนบีบีกันมาในโรงเรียน และถูกครูยึด ส่วนเรื่องการซื้อใหม่นั้น ยังไม่ทราบ
ส่วนสาเหตุที่มีการพูดถึงเรื่องบูลลี่ เรื่องครู ทำให้คนได้ผลกระทบ อยากย้ำอะไรในส่วนนี้ พล.ต.อ. อรรถพล ย้ำว่า จากที่สืบพยานที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าเป็นหลายสาเหตุประกอบกัน จึงอยากฝากทั้งคนที่เกี่ยวข้องในการดูแลเด็ก และเยาวชน คงต้องสอดส่องพฤติกรรม ว่าเด็กมีปัญหาอะไร ต้องรับฟังเขาให้มากขึ้น สนใจในการแก้ปัญหาให้มากขึ้น บางครั้งเขามาเล่าให้ฟังถึงปัญหา เราอาจจะไม่สนใจ เราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร ไปศึกษาค้นหาอะไร โดยเฉพาะขณะนี้เด็กเข้าถึงสื่อโซเชียลได้ง่าย อาจจะต้องให้ความสนใจว่าเด็กดูอะไรบ้าง โดยเฉพาะผู้ปกครอง คุณครู ต้องเข้าไปดู และเพื่อนสนิท หากเล่าให้ฟัง แล้วมีอะไรที่ผิดปกติ ต้องไปสื่อสารถึงครูให้ทราบด้วย ว่าเพื่อนเราอาจมีพฤติกรรมที่เริ่มผิดปกติ ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ หากปล่อยให้เนิ่นนาน ไม่รู้ว่าเด็กคิดอะไรพัฒนาการไปอะไร และปัจจุบันเด็กเยาวชนเข้าถึงสื่อโซเชียลประเภทการใช้ความรุนแรง เราต้องช่วยกันเข้าไปดูว่าเขาดูอะไร และต้องให้คำแนะนำในการป้องกัน
เมื่อถามถึงกรณีความกังวลเรื่องการลอกเลียนแบบพฤติกรรมนั้น พล.ต.อ. อรรถพล ระบุว่า เราให้ความสำคัญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในวันที่ไปดูที่เกิดเหตุ ได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องการตรวจจุดสกัดไม่ให้เด็กเยาวชนเข้าถึงอาวุธปืนเป็นพิเศษ มาตรการตรวจจับเป็นพิเศษ หากพบสิ่งผิดปกติ พบเบาะแส ต้องรีบแจ้งเหตุ เพื่อป้องกันตั้งแต่ต้น
ส่วนกรณีการแชร์คลิปการก่อเหตุว่าตั้งใจยิงครู แต่ไม่ได้ยิงเพื่อน พล.ต.อ. อรรถพล ระบุว่า ตนเองขอร้องสื่อมวลชนในการนำเสนอคลิปซ้ำ ๆ ปัจจุบันเผยแพร่ไปเยอะ และควรจะงดแล้ว แต่อยากให้ช่วยกันทำอย่างไรว่าช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น ให้ตำรวจสร้างความอบอุ่นใจให้กับผู้ปกครอง คุณครู นักเรียนที่จะเข้าไปเรียน ขณะนี้ได้กำชับตำรวจทั้ง สภ.บางบัวทอง และ สภ.ปลายบาง เพิ่มมาตรการตั้งด่าน และนำสายตรวจแต่งเครื่องแบบไปตรวจเยี่ยม ไปดูบ้านที่ได้รับผลผลกระทบ ให้ได้รับความอุ่นใจ ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าสามารถมาโรงเรียนได้ ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าจะกลับมาเรียนได้โดยเร็ว รวมไปถึงเรื่องที่นำเสนอไปเป็นเรื่องที่ไม่จริง อะไรที่ใช้แล้วทำให้เกิดผลกระทบก็ควรที่จะช่วย
ทั้งนี้ ในกระเป๋าเด็กผู้ก่อเหตุ ก็มีกุญแจบ้าน ส่วนทำไมต้องล็อกประตูข้างนอก ก่อนจะเข้าไปพบร่างนั้น ตนเองไม่อยากลงรายละเอียดในประเด็นนี้ แต่อยากให้ช่วยกัน เรื่องการสร้างความเชื่อมั่นความอบอุ่นความอุ่นใจให้กับครูนักเรียนมากกว่า แต่จะบ่งบอกว่าอาจจะมีการวางแผนล่วงหน้าหรือไม่นั้น ตนมองว่าคงเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่อยากให้สื่อนำเสนอในการวางแผน แต่อยากให้พูดเรื่องมาตรการป้องกันมากกว่า
พล.ต.อ. อรรถพล กล่าวถึงกรณีที่ภารโรงอ้างว่า เจอผู้ก่อเหตุ แต่เขาไม่ยิง และเลือกที่จะไปยิงเพื่อน หรือครู ว่า ในรายละเอียด เราสอบประเด็นไว้แล้ว อาจจะเกิดจากสาเหตุปัญหาในตัวผู้ก่อเหตุ ว่าเกิดจากใคร หรืออะไร แต่เราไม่อยากนำมาพูดต่อ พร้อมขอย้ำไปถึงผู้ปกครอง ว่าการเก็บอาวุธปืนไว้ในบ้าน ต้องห่างไกลจากเด็ก และเยาวชน ไม่ควรนำมาให้เห็น สำหรับการดูแลสภาพจิตใจเด็กเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลต่อ เพราะไม่ใช่เรื่องที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องต้องดูแลสภาพจิตใจต่อด้วย โดยก่อนที่เด็กจะก่อเหตุ ก็ไม่พบประวัติการรักษาสุขภาพจิต รวมถึงผลชันสูตรก็ไม่พบเรื่องของ การกินยารักษา
เมื่อถามย้ำถึงบาดแผลของผู้ที่เสียชีวิต โดนจุดสำคัญเลยใช่หรือไม่ พล.ต.อ. อรรถพล กล่าวว่า ตนเองไม่อยากให้รายละเอียดเรื่องนี้








