บ้านหนองสองห้องจัดใหญ่ “แห่เทียนพรรษา–ผ้าป่าซาเล้งปลอดเหล้าเข้าพรรษา 2569” ชูพลังชุมชนสืบสานพุทธศาสนา สร้างสังคมปลอดเหล้า ภายใต้แนวคิด “90 วัน เก็บแต้มสุขภาพดี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” ณ วัดหนองสองห้อง ตำบลหนองสองห้อง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ชมรมคนหัวใจเพชรบ้านหนองสองห้อง เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับวัดหนองสองห้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคีเครือข่าย และประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรม “แห่เทียนพรรษา–ผ้าป่าซาเล้งปลอดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2569” เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา อนุรักษ์ประเพณีถวายเทียนพรรษาและทอดผ้าป่า ควบคู่กับการรณรงค์งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษา ภายใต้แนวคิด “90 วัน เก็บแต้มสุขภาพดี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนใช้ช่วงเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในงานมีการจัดพิธีปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษาโดยมีนางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว นำกล่าวปฏิญาณตน เพื่อเป็นแบบอย่างและเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ในการสร้างสุขภาวะที่ดีแก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนอย่างยั่งยืน
นางสาวภารดี เผือกโสภา นายอำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวว่า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาเป็นกิจกรรมที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยช่วงเวลาแห่งการเข้าพรรษาซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นโอกาสเชิญชวนประชาชนลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อดูแลสุขภาพ ลดปัญหาที่เกิดจากการดื่ม และเสริมสร้างความอบอุ่นให้แก่ครอบครัวและชุมชน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมตั้งปณิธานงดเหล้าเข้าพรรษา ใช้เวลา 90 วันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สร้างสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจ และร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
ด้าน นางสาวพิศสินี แพ้วสกุลพันธ์ กำนันตำบลหนองสองห้อง นายอำเภอบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของวัด ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และประชาชนในตำบลหนองสองห้อง ที่ร่วมกันสืบสานพระพุทธศาสนาและประเพณีอันดีงาม ควบคู่กับการรณรงค์งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษา โดยตั้งใจให้กิจกรรมนี้เป็นพื้นที่สร้างการมีส่วนร่วมของคนทุกวัย และปลูกฝังค่านิยมการดูแลสุขภาพผ่านแนวคิด “90 วัน เก็บแต้มสุขภาพดี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น”
กำนันตำบลหนองสองห้อง กล่าวว่า ไฮไลต์สำคัญของงานคือ ขบวนแห่เทียนพรรษาและผ้าป่าซาเล้งปลอดเหล้า ที่มีรถซาเล้งของชุมชนเข้าร่วมกว่า 30 คัน ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ของตำบลหนองสองห้องที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าวและเกษตรกรรม โดยใช้รถซาเล้งเป็นพาหนะในการขนส่งผลผลิตมาอย่างยาวนาน จึงนำมาประยุกต์เป็นสัญลักษณ์ของขบวนแห่ เพื่อเชื่อมโยงวิถีชีวิตของชุมชนเข้ากับการอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น และสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของพื้นที่
ขณะที่ นางสาววาสนา นาคอัมมะ อายุ 42 ปี ผู้ที่ตั้งใจเข้าร่วมปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษาปี 2569 เปิดเผยว่า ตนเองเข้าร่วมปฏิญาณตนงดเหล้าทุกปี และปีนี้ก็เช่นเคย หลังจากทำบุญเข้าพรรษาตามประเพณีแล้ว เราก็หันมาดูแลสุขภาพ พักร่างกายพักตับ อีกอย่างก็คือได้ทบทวนตนเอง เคยดื่มหนักมาก เมาจนไม่รู้ตัวเอง นอนพับ ไปไหนไม่ได้เลย ปีนี้พิเศษได้ชวนสามี นายฐปนธรรม พรมพุทธา ให้เข้าร่วมปฏิญาณตนงดเหล้าปีนี้ด้วยกัน นอกจากเป็นช่วงพักตับ พักร่างกายแล้ว เพื่อลดรายจ่ายในครอบครัว และยังมีเวลาในการดูแลลูกๆ อีกด้วย
นอกจากนี้ นางสาวอุบลวรรณ คงสว่าง ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก กล่าวถึงการจัดกิจกรรมว่า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาไม่ใช่เพียงการเชิญชวนให้งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น แต่เป็นการใช้พลังของวัด ชุมชน และภาคีเครือข่าย สร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ ภายใต้แนวคิด “90 วัน เก็บแต้มสุขภาพดี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพ ลดค่าใช้จ่าย ลดอุบัติเหตุและความรุนแรงในครอบครัว อันนำไปสู่การสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
นางสาวอุบลวรรณ กล่าวว่า พิธีปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความตั้งใจและแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยผลการติดตามการรณรงค์ของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าพบว่า ผู้ร่วมปฏิญาณตนเกือบ 1 ใน 3 ตั้งใจเลิกดื่มตลอดชีวิตหลังออกพรรษา และมากกว่าครึ่งสามารถลดปริมาณการดื่มลงได้ สะท้อนว่าการรณรงค์ในช่วงเข้าพรรษาสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จริง
ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคตะวันตก กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรม “แห่เทียนพรรษา–ผ้าป่าซาเล้งปลอดเหล้าเข้าพรรษา” ของตำบลหนองสองห้อง เป็นตัวอย่างของการบูรณาการงานด้านพระพุทธศาสนา การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น และการสร้างสุขภาวะของชุมชน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน จนเกิดเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนชุมชนปลอดเหล้าที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม








