ตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์สกัดรถบรรทุก 6 ล้อ ลักลอบขน อาโวคาโดสดจากประเทศกัมพูชา น้ำหนักกว่า 6.5 ตัน ตรวจสอบไม่พบเอกสารผ่านพิธีการศุลกากรและเอกสารผ่านด่านกักกันพืช คนขับรับสารภาพรับจ้างขนส่งเที่ยวละ 5,000 บาท เตรียมส่งตลาดค้าส่งใน จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหา ก่อนส่งดำเนินคดี
วันที่ 6 ส.ค.69 ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.,พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.,พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.พิชญ์รุจ กุลวิมลประทีป รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่ รอง ผบก.ทล.โดยการสั่งการของ พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6บก.ทล.,พ.ต.ท.จิรพันธุ์ รุจิระกุล,พ.ต.ท.ธนพล ยอดกัณหา รอง ผกก.6บก.ทล.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กฤตภาส สครรัมย์ สารวัตรสถานีตํารวจทางหลวงบุรีรัมย์ ให้กวดขันจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฎหมาย จากประเทศเพื่อนบ้าน ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย กัมพูชา ช่วงที่มีการปิดด่านพรมแดน
โดยเมื่อวันที่ 5ส.ค.69 เวลา18.30น.ได้นำรถวิทยุออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบและตั้งจุดตรวจสกัดบนเส้นทางสายหลักเส้นนางรอง-โนนดินแดง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับสิ่งของผิดกฎหมาย กระทั่งพบรถบรรทุกไม่ประจำทาง (เสริมกระบะข้าง)6ล้อ ยี่ห้อISUZUสีขาว บรรทุกสิ่งของมาเต็มคันคุมผ้าใบอย่างมิดชิด มาจากอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว มุ่งหน้าไป อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณเรียกรถบรรทุกคันดังกล่าวให้หยุด เพื่อทำการตรวจสอบ พบนายเมธา (สงวนนามสกุล) อายุ43ปี ชาวอำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ แสดงตัวเป็นผู้ขับขี่ และขอตรวจสอบสิ่งของที่บรรทุกในรถคันดังกล่าว ผลการตรวจสอบ พบผลอะโวคาโดสด ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) ซึ่งนายเมธา ให้การว่าตนได้ขับขี่รถบรรทุกคันดังกล่าว ไปรับผลอะโวคาโดสดน้ำหนักประมาณ6,500กิโลกรัม (6.5ตัน) มาจากโกดังแห่งหนึ่งในตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นผลอะโวคาโดสด ที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วนำมาเก็บพักไว้ที่โกดังดังกล่าว เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าที่ตลาดแห่งหนึ่งในตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจสอบสินค้าที่บรรทุกมา พร้อมเอกสารประกอบการขนส่งสินค้าดังกล่าว แต่นายเมธา ไม่มีเอกสารผ่านพิธีการศุลกากร และไม่มีเอกสารผ่านด่านกักกันพืช แสดงขณะที่เจ้าหน้าที่
จากการสอบถามนายเมธา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างว่าได้ค่าจ้างขนสินค้าเที่ยวละ1,000บาท และค่าน้ำมันเที่ยวละ4,000บาท รวมเป็นเงิน5,000บาท มีนายนาท (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) เป็นผู้ว่าจ้างทั้งนี้ตนเองไม่รู้ว่าสินค้าที่บรรทุกมาคืออะไร และพึ่งทำมาเป็นครั้งแรก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา 2 ข้อหา กับนายเมธา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน1.เป็นผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประกาศใดซึ่งของอันตนพึ่งรู้เป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ตามมาตรา246 และ 2.พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ.2507และที่แก้ไขเพิ่มเติม สิ่งต้องห้ามดังกล่าวจะนำเข้าได้ต้องผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชก่อนและต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กรมวิชาการเกษตรประกาศกำหนด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา8ประกอบมาตรา10 แห่ง พ.ร.บ.กักพืชฯ พร้อมได้นำตัวนายเมธา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.โนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








