องค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ลงพื้นที่วัดพระอารามหลวง ต.ตุยง อ.หนองจิก หลังชาวบ้านร้องเรียนพบสุนัขเสียชีวิตผิดปกติหลายตัว สงสัยอาจถูกวางยา แต่เมื่อเข้าตรวจสอบกลับไม่พบซาก พบเพียงจุดเผา 2 แห่ง โดยหนึ่งจุดระบุว่าใช้เผาซากสุนัข ขณะที่ตัวแทนกลุ่มผู้รักสัตว์ตั้งข้อสังเกตอาจกระทบต่อพยานหลักฐาน ก่อนเข้าแจ้งความให้ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้านวัดแจงเหตุเผาเพราะซากเริ่มเน่าเปื่อยและส่งกลิ่น จึงมีการเผาเพื่อจัดการด้านสุขอนามัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 6 ส.ค.2569 นางสมคิดบุหงาชาติประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์พร้อมทีมงานลงพื้นที่วัดพระอารามหลวงต.ตุยงอ.หนองจิกจ.ปัตตานีหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าสุนัขภายในวัดตุยงหลายตัวเสียชีวิตอย่างผิดปกติโดยคาดว่ามีผู้ไม่หวังดีนำอาหารผสมสารพิษมาให้สุนัขกิน จนทำให้สุนัขล้มตายเป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับไม่พบซากสุนัขที่มีผู้ร้องเรียนก่อนหน้านี้ พบเพียงกองไฟจำนวน2จุด โดยจุดแรกมีการชี้แจงว่าเป็นบริเวณที่ใช้เผาเศษอาหาร ส่วนจุดที่สองเป็นบริเวณที่ใช้เผาซากสุนัข ซึ่งยังมีกลิ่นคล้ายซากสัตว์ถูกเผาหลงเหลืออยู่จากสภาพพื้นที่ดังกล่าวทำให้ตั้งข้อสังเกตว่าการเผาซากสุนัขในช่วงเวลานี้อาจทำให้พยานหลักฐานสำคัญสูญหาย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเป็นการดำเนินการตามความจำเป็น หรือมีเจตนาทำลายหลักฐานหรือไม่
กระทั้งระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ได้เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดระหว่างตัวแทนกลุ่มผู้รักสัตว์กับพระอาจารย์ภายในวัดและเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับประเด็นการเผาซากสุนัข โดยตัวแทนผู้รักสัตว์ตั้งข้อสงสัยถึงเหตุผลของการเผา เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ด้านพระอาจารย์ชี้แจงว่า การเผาเศษอาหารมีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขและแมวตัวอื่นมากินอาหารที่อาจเป็นอันตราย ส่วนการเผาซากสุนัขนั้น เนื่องจากซากเริ่มเน่าเปื่อย ส่งกลิ่นเหม็น และเกรงว่าจะกระทบต่อสุขอนามัยภายในวัด พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำลายพยานหลักฐานแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังได้รับข้อมูลว่ามีแมวภายในวัดหายไปหลายตัว และพบซากนกตายภายในพื้นที่ จึงมีข้อสงสัยว่านกอาจได้รับสารพิษจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนเช่นเดียวกับสุนัข ขณะที่ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า มีสุนัขเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย5ตัว และเชื่อว่ายังอาจมีสุนัขอีกหลายตัวที่เดินออกไปตายนอกพื้นที่วัด ทำให้ยังไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่ชัดได้
นางสมคิด บุหงาชาติ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมทีมงาน จึงเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานีเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุตรวจสอบพื้นที่โดยรอบรวมทั้งเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามเส้นทางของผู้ที่อาจเกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวน ก่อนดำเนินการตามกฎหมายหากพบผู้กระทำผิดต่อไป
นางสมคิด บุหงาชาติ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ เปิดเผยว่า องค์กรได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนหลายรายว่า มีการนำยาเบื่อผสมอาหารไปวางให้สุนัขและแมวภายในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี จนทำให้มีสุนัขและแมวตายรวม6ตัว โดยคาดว่ามีการวางยาเมื่อวันที่29กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มพบสัตว์ทยอยตายตั้งแต่วันที่30-31กรกฎาคม
จากการตรวจสอบในวันแรก พบสุนัขตาย2ตัว ส่วนที่เหลือพบซากกระจายอยู่ในพื้นที่ป่าภายในวัด เนื่องจากบริเวณวัดมีพื้นที่กว้าง หลังได้รับแจ้ง ตนได้ประสานปศุสัตว์อำเภอ ปลัดเทศบาล และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าซากสุนัขและอาหารที่คาดว่าใช้ล่อวางยา ถูกนำไปเผาทำลายหมดแล้ว ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการดำเนินการก่อนที่จะทราบว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบหรือไม่ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งขณะนี้ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นางสมคิด ระบุว่า พฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์อย่างชัดเจน ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557มาตรา20ผู้กระทำผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน2ปี ปรับไม่เกิน40,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีการกระทำหลายครั้ง ก็สามารถพิจารณาเป็นความผิดแยกแต่ละกรรมได้
นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ต่างรู้สึกวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่ใช่มีผู้ร้องเรียนเพียงคนเดียว แต่มีหลายคนที่สะท้อนความรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะเมื่อเหตุเกิดภายในวัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ควรเป็นเขตอภัยทาน อีกทั้งสุนัขและแมวเหล่านี้ก็มีผู้คนในชุมชน รวมถึงผู้ที่มาออกกำลังกายภายในวัด ผลัดเปลี่ยนกันนำอาหารมาให้ จนเกิดความผูกพันกับสัตว์เหล่านี้
ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์ กล่าวย้ำว่า การกำจัดสัตว์ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง หากต้องการแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัด ควรใช้แนวทางที่เหมาะสม เช่น การทำหมัน การฉีดวัคซีน การจับเฉพาะสัตว์ที่มีพฤติกรรมก่อปัญหา หรือการหาบ้านใหม่ให้สัตว์
พร้อมฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า ไม่ว่าจะรู้กฎหมายหรือไม่ การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมายไทย มีบทลงโทษชัดเจน ทั้งจำคุกและปรับ จึงขอให้หยุดการกระทำลักษณะนี้ เพราะแม้วันหนึ่งจะหลีกเลี่ยงกฎหมายได้ แต่ผลแห่งการกระทำย่อมตามทันผู้กระทำอย่างแน่นอน








