จากกรณีคดีสะเทือนขวัญ นายฑณา หรือ “ป๋อง” ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 5 ศพ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีทั้งสองพี่น้องชาวรัสเซียและครอบครัวชาวไทย 3 คนตกเป็นเหยื่อ ซึ่งหนึ่งในพยานปากสำคัญที่ตำรวจเรียกสอบปากคำหลายครั้ง คือ นายเหน่ง หรือ “ช่างเหน่ง” อายุ 43 ปี เนื่องจากเป็นผู้ที่เคยว่าจ้างนายธงชัย หรือ “ธง” เผาถ่าน รวมถึงให้ที่พักอาศัยแก่นายป๋อง หลังพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569
ที่ผ่านมา มีสื่อหลายสำนักพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ช่างเหน่งเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี ประกอบกับมีความเครียดและรู้สึกกดดันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2569นายเหน่ง หรือช่างเหน่ง อายุ 43 ปี เปิดใจกับผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ของ นายฑณา “หรือป๋อง” และ นายธงชัย “หรือธง”
นายเหน่ง หรือช่างเหน่ง เล่าว่า ตนเองคือบุคคลในคลิปเสียง ที่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องรถจักรยานยนต์ของสองพี่น้องชาวรัสเซียที่หายตัวไป โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 และเห็นกับตาว่า นายธง กำลังชำแหละรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง อยู่ที่เพิงพักของนายธง ใกล้กับจุดฝังรถจักรยานยนต์ ในป่าช้าเก่าทุ่งหลวง ตนจึงไปถาม นายป๋อง ว่า “ ไอ้ธงไปึเอารถจักรยานยนต์ใครมา” แต่นายป๋อง บอกว่า เป็นรถของน้อง ที่ไปยึดมา เนื่องจากติดหนี้อยู่ 60,000 บาท แต่หลังจากนั้น มีกลุ่มชาวรัสเซีย นำแผ่นกระดาษ ตามคนหาย ซึ่งมีรูปของสองพี่น้องชาวรัสเซีย และ รถจักรยานยนต์ มาติดที่บริเวณ หน้าห้องแถวของตนเอง ด้วยความเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์มานานกว่า 20 ปี พอเห็นรถจักรยานยนต์ในรูป ก็จำได้ทันทีว่าเป็นรถจักรยานยนต์คันเดียวกัน ที่ นายธง กำลังชำแหละแยกชิ้นส่วน ตอนนั้นเริ่มเห็นท่าไม่ดี คิดว่า ไอ้ป๋องกับไอ้ธง ต้องทำอะไรบางอย่าง กับพี่น้องชาวรัสเซีย แน่ๆ จึงรีบปรึกษากับแฟน และ โทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ทันที พอตำรวจมา ตนก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง เหมือนตามที่ปรากฏในคลิป นอกจากนี้ ตนยังเคยพูดจาแซวไอ้ป๋องกับไอ้ธง ว่า “มึงสองคนไปทำอะไรรัสเซียมาหรือเปล่า” ซึ่งทั้งคู่ก็ตอบปฏิเสธพัลวัน
ช่างเหน่ง ยังบอกอีกว่า ไอ้ธง เป็นเหมือนลูกจ้างในบ้าน โดยตนเองจ้างไอ้ธง ทำหน้าที่เผาถ่าน เพื่อนำมาขาย ในร้านขายของชำของตนเอง แถมยังให้รถซาเล้งไว้ใช้ 1 คัน ซึ่ง ไอ้ธง เพิ่งรู้จักกับ ไอ้ป๋อง ได้ไม่นานหลังจากหลังจากที่ ไอ้ป๋อง พ้นโทษออกมาแล้วกลับมาอยู่บ้าน (ไม่ถึง 2 เดือน ) โดยไอ้ธง เป็นคนไม่มีพิษมีภัย เพราะไอ้ธง กลัว ไอ้ป๋อง เนื่องจากพกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา ซึ่งเป็นอาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ที่นำไปใช้ก่อเหตุสังหาร 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และ ครอบครัว พ่อแม่ลูก ชาวไทย 3 คน และ ไอ้ป๋อง ชอบนำอาวุธปืนออกมาโชว์เบ่งเป็นประจำ
ส่วน ไอ้ป๋อง ตนรู้จักกัน เมื่อ 8 ปีก่อน โดยไอ้ป๋อง ได้นำรถจักรยานยนต์มาจำนำ จากนั้น ก็หายตัวไป คาดว่าน่าจะติดคุก พอพ้นโทษออกมา ไอ้ป๋อง ก็มาหาตน เพื่อจะขอถ่ายรถจักรยานยนต์ แต่ตอนนั้นไม่มีเงิน ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ให้ไป แต่ไอ้ป๋อง กลับขออาศัยพักอยู่ด้วย 2-3 วันก่อน หลังจากนั้นก็จะไปหางานทำที่จังหวัดระยอง แต่พอเอาเข้าจริง ไอ้ป๋อง ก็อยู่อาศัยยาวตลอดมาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ระหว่างไอ้ป๋อง มาอาศัยอยู่ด้วยมีพฤติกรรม เหมือนคนปกติทั่วไป คอยช่วยล้างจานกวาดบ้าน และ คอยทำความสะอาดบ้าน เป็นประจำ จนตนต้องคอยให้เงินใช้วันละ 100-200 บาท
นอกจากนี้ ไอ้ป๋องกับไอ้ธง ยังขโมยรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีแดงของตนเองไปด้วย ก็คือรถจักรยานยนต์ ที่นำไปใช้ก่อเหตุกับสองพี่น้องชาวรัสเซีย แถมยังใช้ ขี่หลบหนีมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสระแก้ว ซึ่งรถจักรยานยนต์คัน ดังกล่าว เป็นรถจักรยานยนต์ที่เอาไว้ใช้ซื้อของ เข้าร้านขายของชำของตน
ส่วนประเด็นเรื่องรถจักรยานยนต์ ของเหยื่อครอบครัวพ่อแม่ลูก ยืนยันว่า ไอ้ป๋อง นำเครื่องยนต์ รถจักรยานยนต์ ของครอบครัวนี้ มาให้ตน แบบฟรีๆ แต่ตนไม่เอา เพราะไม่รู้ที่มาที่ไป จึงปฏิเสธรับเครื่องยนต์จาก ไอ้ป้อง ซึ่งตนก็ให้ข้อมูลกับตำรวจไปหมดแล้ว
ช่างเหน่ง ยอมรับว่า เหมือนตนเลี้ยงงูเห่า และ ชักศึกเข้าบ้าน บางครั้งก็แอบคิดว่า ตน และ ลูกเมีย รอดมาได้อย่างไร ขนาดวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดของตน ก็ยังพา ไอ้ป๋อง ไปทำบุญด้วยที่วัดหลวงพ่อโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งหากย้อนไทม์ไลน์ พบว่า ไอ้ป๋องและไอ้ธง ไปก่อเหตุสังหารพ่อแม่ลูก มาแล้ว ยิ่งทำให้ตนถึงกับช็อกมาก มีหนำซ้ำ ก่อนหน้านี้ ลูกของตน ค่อนข้างที่จะมีความสนิทสนม กับไอ้ป๋อง จึงถือว่าโชคดีมาก ที่ไอ้ป๋อง ไม่ทำอะไรลูก และภรรยาของตนด้วย
และที่สำคัญ ตนเครียดมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ จนประสาทเสียไปเลย เพราะแนวทางการสอบสวนของตำรวจ ตนถูกกดดันอย่างหนัก เหมือน ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แถมยังถูกชาวบ้าน นินทาว่าร้าย ว่าให้ที่อยู่อาศัยกับไอ้ป๋อง โดยมีอยู่วันหนึ่ง ช่วงที่ถูกตำรวจเรียกไปสอบบ่อยๆ ตนเกือบที่จะใช้อาวุธปืน ปลิดชีพตัวเอง เพราะเครียดในเรื่องนี้ ตอนนั้นเอาปืนจ่อขมับแล้ว แต่ปรากฏว่ามีโทรศัพท์โทรเข้ามา ประกอบมีตำรวจชุดสืบ มายืนอยู่หน้าบ้าน ตนจึงตัดสินใจวางปืน แล้วออกไปพบตำรวจ มิเช่นนั้น ตนเองคงกลายเป็นศพไปแล้ว พร้อมทั้งอยากแก้ข่าวเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ไม่ทำงาน ยืนยันว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ทำงานอย่างหนัก และ สามารถคลี่คลายคดีนี้ได้สำเร็จ ส่วนไอ้ป๋อง ตนอยากให้ถูกลงโทษยิงเป้าสถานเดียว เพราะไอ้ป๋องไม่ใช่คน นรกส่งกลับมาเกิด
นอกจากนี้ ช่างเหน่ง ยังพาผู้สื่อข่าวไปยังบริเวณห้องแถว ใกล้กับร้านขายของชำ ซึ่งภายในห้องดังกล่าว ยังมีเสื้อผ้า ที่นอน รองเท้า และสิ่งของเครื่องใช้ ของนายป๋อง วางอยู่ ซึ่งช่างเหน่งบอกว่า ก่อนหน้าที่จะไปก่อเหตุ สองพี่น้องสาวรัสเซีย เพิ่งเห็น ไอ้ป๋อง พาผู้หญิงเข้ามาที่ห้องแถว แต่ตอนนั้น ไม่เอะใจ เพราะคิดว่าเป็นแฟนของไอ้ป๋อง








