ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นิคมพัฒนา บุกตรวจค้นร้านกาแฟแห่งหนึ่งริมถนนสาย 13 หลังสืบทราบว่าถูกใช้เป็นแหล่งพักและจำหน่ายยาเสพติด พบยาบ้า 1,800 เม็ด และยาไอซ์ 4.70 กรัม ซุกซ่อนปะปนกับวัตถุดิบและอุปกรณ์ชงกาแฟ ก่อนควบคุมตัวเจ้าของร้านสาววัย 35 ปี ซึ่งรับว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดทั้งหมด
วันที่ 5 ส.ค. 69 พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก.สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐปณัธ ชญาณพัฒน์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.รัฐศาสตร์ แสนศรี สว.สส. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นิคมพัฒนา ร่วมกันจับกุม น.ส.นาฏยา อายุ 35 ปี พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 1,800 เม็ด ยาไอซ์ 4.70 กรัม
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นร้านกาแฟแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 2 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีพฤติการณ์ลักลอบใช้ร้านเป็นแหล่งเก็บและจำหน่ายยาเสพติด
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่แสดงตัวก่อนเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด ภายในร้านที่ตกแต่งสวยงาม บรรยากาศเหมือนคาเฟ่ทั่วไป แต่เมื่อค้นลึกถึงบริเวณเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของ กลับพบกล่องพลาสติกซุกยาบ้าจำนวน 1,800 เม็ด วางปะปนกับวัตถุดิบและอุปกรณ์ชงกาแฟเพื่ออำพรางสายตา นอกจากนี้ยังพบยาไอซ์อีก 4.70 กรัม จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จึงได้ควบคุมตัว น.ส.นาฏยา เจ้าของร้านไว้สอบสวน โดยเจ้าตัวยอมรับว่ายาเสพติดทั้งหมดเป็นของตนเอง
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาอาศัยภาพลักษณ์ของร้านกาแฟที่มีลูกค้าเข้าออกตลอดวันเป็นฉากบังหน้า ทำให้การเคลื่อนไหวไม่เป็นที่ผิดสังเกต และใช้จังหวะที่มีลูกค้าพลุกพล่านอำพรางการติดต่อซื้อขายยาเสพติด แต่สุดท้ายถูกตำรวจแกะรอยรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำมาสู่การเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง
ตำรวจระบุว่า ปัจจุบันเครือข่ายค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยนำธุรกิจที่ถูกกฎหมายมาใช้บังหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่พร้อมสืบสวนขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า และเมทแอมเฟตามีนชนิดไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต" ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








