ชาวนาบุรีรัมย์ เร่งซื้อปุ๋ยเคมีและนำปุ๋ยเคมีที่ซื้อกักตุนไว้ก่อนล่วงหน้า มาหว่านใส่นาข้าว เพื่อเร่งบำรุงต้นข้าวให้เจริญเติบโต หลังก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาในพื้นที่บ้าง ทำให้ในนาเริ่มมีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวฟื้นคืนมาอีกครั้ง แต่ยังต้องเผชิญกับปุ๋ยเคมี ที่เริ่มมีการปรับราคาสูงขึ้น วอนรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาปุ๋ยและน้ำมันแพง เพื่อลดต้นทุนการผลิต
วันที่ 4 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระยะนี้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา ได้เกิดอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมประเทศไทย ทำให้ในหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ ได้ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวนา เพราะก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญ ทำให้ต้นข้าวนาปีของเกษตรกรที่เพาะปลูกไว้ เริ่มเหี่ยวเฉา และยืนต้นตายไปบางส่วน จากการขาดน้ำหล่อเลี้ยงจากภาวะภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ซึ่งชาวนาหลายคนถึงกับถอดใจยอมรับชะตากรรม และหมดหวังกับฟ้าฝนในปีนี้ ในขณะที่เกษตรกรชาวนาบางราย ซึ่งมีที่นาอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ ต่างเร่งระดมสูบน้ำเพื่อไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว จนทำให้แหล่งน้ำหลายแห่งเริ่มมีสภาพแห้งขอดลงจนเห็นได้จัด
และจากฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ ถึงจะมีปริมาณไม่มากก็ตาม แต่ก็ยังพอทำให้มีน้ำได้หล่อเลี้ยงต้นข้าวให้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง ชาวนาในพื้นที่ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ต่างเร่งนำปุ๋ยเคมี ที่ได้ซื้อเก็บไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงบางรายก็ได้ออกไปซื้อปุ๋ยเคมีตามร้านค้าต่าง ๆ นำไปหว่านใส่แปลงนาข้าวของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาหว่าน เพื่อเร่งบำรุงให้ต้นข้าวนาปี ที่ได้ทำการเพาะปลูกไว้ให้เจริญเติบโต ซึ่งพบว่าในแปลงนาข้าวนาปี ได้มีปริมาณน้ำขังอยู่ตามแปลงนาในระดับหนึ่ง พอดีกับการใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าว เพื่อให้เจริญเติบโตได้ทันเก็บเกี่ยวผลผลิต
ส่วนชาวนาบางรายก็เร่งตัดใบข้าว เพื่อกำจัดและตัดวงจรการเจริญเติบโตของหญ้าและวัชพืช ที่กำลังเติบโตแข่งกับต้นข้าว รวมถึงเพื่อกำจัดข้าวดีดข้าวเด้ง โดยเฉพาะนาหว่าน นอกจากนี้ยังเป็นการลดความสูงและน้ำหนักส่วนบนของใบข้าว เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นข้าวล้มง่าย เมื่อเจอฝนหรือลมแรงลดโรคและแมลง ก่อนทำการหว่านปุ๋ยบำรุงต้นข้าวด้วย
ในขณะที่ราคาการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในช่วงนี้ พบว่าปุ๋ยบางสูตรเช่นสูตร 16-8-8 ที่เกษตรกรนิยมใช้ใส่บำรุงต้นข้าว รวมถึงปุ๋ยยูเรียก็ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นด้วย จากที่ก่อนหน้านี้ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาซึ่งยังไม่มีฝนตก ราคาปุ๋ยเคมีบางสูตร ราคาขายต่อกระสอบอยู่ที่ประมาณ 8-900 กว่าบาท แต่ปัจจุบันราคาขายอยู่ที่ 1,000 กว่าบาทต่อกระสอบปุ๋ย ทำให้เกษตรกรชาวนาต้องแบกภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นด้วย
นายสว่าง นิลนนท์ อายุ 76 ปี เกษตรกรชาวนาหมู่บ้านเขว้า ต.โคกขมิ้น อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ บอกว่า ทำนา 19 ไร่ เป็นนาหว่าน ก่อนหน้านี้เกิดภัยแล้งทำให้ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวในนา และเพิ่งจะมีน้ำจากฝนที่ตกลงมาในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พอหล่อเลี้ยงต้นข้าวให้กลับมาฟื้นคืนได้บ้างจากที่เริ่มเหี่ยวเฉาและยืนต้นตายไปบางส่วน จึงได้ไปซื้อปุ๋ยมาประมาณ 15-16 กระสอบ มาหว่านใส่ต้นข้าวเพื่อเร่งบำรุงให้เจริญเติบโต รวมถึงเร่งตัดหญ้าและวัชพืชที่ขึ้นเบียดมากับต้นข้าว เพราะนาที่ทำเป็นนาหว่าน เมื่อเกิดภัยแล้งก็จะมีหญ้าและวัชพืชเกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งปุ๋ยช่วงนี้ก็มีราคาแพงขึ้นด้วย จึงอยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อลดต้นทุนและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกร ทั้งค่าปุ๋ย ค่าไถ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการตัดหญ้าและวัชพืช ล้วนมีการปรับราคาสูงขึ้น








