เกิดเหตุสลดในชุมชน เมื่อหญิงชราวัย 67 ปี ออกไปหาเก็บเห็ดป่าตั้งแต่เช้า ขากลับหวังแวะถอนข่าและตะไคร้ขอบสระน้ำไปทำอาหารเย็น เกิดพลาดท่าลื่นตกสระจมน้ำเสียชีวิต เผยคนสูงวัยที่ออกไปหากินประทังชีวิตเสียชีวิตปีละกว่า 10 ราย
วันที่ 4 ส.ค.69 เมื่อเวลา 19.00 น.วานนี้ ร.ต.อ.อำนวย หนองหาญ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งจากกำนัน ตำบลคูเมือง ว่ามีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต บริเวณสระน้ำริมถนนสายบ้านโสกแต้-บ้านโคกใหญ่ หมู่ที่ 5 บ้านโสกแต้ ตำบลคูเมือง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลคูเมือง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จุดอำเภอคูเมือง พร้อมชุดประดาน้ำ
ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำเนื้อที่ขนาด 1 ไร่ ลึกประมาณ 4 เมตร บริเวณขอบสระพบตะกร้าใส่เห็ดป่าที่ผู้เสียชีวิตเก็บมาได้ วางอยู่ริมฝั่งใกล้กับกอข่าและตะไคร้
นอกจากนี้ยังพบรอยลื่นไถลบริเวณริมขอบสระ ภายในสระน้ำพบรองเท้าแตะลอยอยู่และเศษข่า ตะไคร้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลางมหาศพประมาณ 10 นาที จึงพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นางบุญโฮม อายุ 67 ปี ชาวบุรีรัมย์ ในสภาพสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำร่างขึ้นมาบนฝั่งเพื่อทำการชันสูตรเบื้องต้น ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง
จากการสอบถามนายทองใหม่ อายุ 60 ปี สามีผู้เสียชีวิตเล่าว่าช่วงเช้าประมาณ 10.00 น.ผู้เสียชีวิตได้เดินออกจากบ้านเพื่อเข้าไปหาเก็บเห็ดป่าในโคกท้ายหมู่บ้าน จนกระทั่งช่วงเย็นตนเห็นว่าหายไปนานผิดปกติจึงออกตามหา จนมาพบตะกร้าเห็ดและข้าวของวางอยู่ริมขอบสระน้ำใกล้กอข่า ตะไคร้ พบร่องรอยของการลื่นไถล และพบรองเท้าแตะของภรรยาลอยอยู่ในสระจึงรีบแจ้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่มาช่วยกันควานหา กระทั่งพบร่างจมอยู่ใต้น้ำ
ด้านนายบรม เพชรกล้า กำนันตำบลคูเมือง คาดว่าหลังจากผู้เสียชีวิตเก็บเห็ดป่าเสร็จแล้ว ระหว่างทางเดินกลับบ้านได้แวะถอนข่าและตะไคร้ริมสระเพื่อนำไปเป็นเครื่องปรุงแกงเห็ดประกอบอาหาร แต่เนื่องจากขอบสระมีความชันและดินอาจจะร่วนซุยหรือลื่นเนื่องจากฝนตก ทำให้ผู้เสียชีวิตเกิดเสียหลักหงายหลังพลัดตก ลงไปในสระน้ำลึก ประกอบกับอายุมากและอาจไม่สู้แรงน้ำ จึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว
ทั้งนี้ ทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป อย่างไรก็ตามจากสถิติพบว่าคนวัยชราคืออายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตามป่า ทุ่งนา ปีละมากกว่า 10 ราย เช่นเกิดจากการช็อคจากอากาศร้อน จมน้ำ หรืออื่นๆ ล้วนแต่พยายามดิ้นรนออกไปหากินเพื่อประทังชีวิตของตัวเอง








