สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาบริเวณแม่สอด จ.ตาก ตึงเครียด หลังทหารเมียนมาเปิดปฏิบัติการโจมตีกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA อย่างหนัก ใช้โดรน เครื่องบินรบ และปืนครกโจมตีฐานที่มั่น ส่งผลกระทบฝั่งไทย พบกระสุนปืนกลตกใส่บ้านประชาชน เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบความปลอดภัย
วันที่ 28 ก.ค.69 มีรายงานข่าวแจ้งว่า สถานการณ์การสู้รบอันดุเดือดระหว่างทหารเมียนมา สังกัดกองพลทหารราบเบาที่ 22 กับทหารกองทัพกะเหรี่ยงแห่งชาติ (KNLA) บริเวณบ้านมินลาป่าน และพื้นที่ใกล้เคียงในเขตจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ และบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยทหารเมียนมาได้ทุ่มกำลังโจมตีฝ่ายกะเหรี่ยงอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง โดยมีการใช้ทั้งโดรน เครื่องบินรบทิ้งระเบิด และระดมยิงปืนค.ใส่ฐานที่มั่น พร้อมทั้งส่งกำลังพลประชิดพื้นที่เป้าหมาย ทำให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง
ความรุนแรงดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อฝั่งไทย เนื่องจากจุดปะทะตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเมย โดยมีกระสุนปืนกลขนาด M60 ล้ำแดนข้ามมาถูกรั้วสังกะสีและตัวบ้านเรือนของราษฎรไทย จนต้องพากันหาที่หลบภัย
เจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อำเภอแม่สอด สังกัดกองกำลังนเรศวร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.346 ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานร่องรอยกระสุนทั้งหมด เพื่อรายงานสรุปสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ไทย ๆด้ข้อมูลว่าการ ปฏิบัติการโจมตีฐานปาสักและฐานที่มั่นใกล้เคียงของกองกำลังกะเหรี่ยงโดยทหารเมียนมานั้น ได้ดำเนินมาต่อเนื่องเป็นเวลานานเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวป้องกันหรือยึดพื้นที่ดังกล่าวได้








