วันที่ 28 ก.ค.69 "เอ็ดดี้" นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ระบุว่า...
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ “กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้”
ก่อนจะเรียกร้องให้ยุบหรือถอน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า หน่วยงานนี้คืออะไร อยู่ภายใต้อำนาจของใคร และเหตุใดจึงต้องมีโครงสร้างพิเศษขึ้นมารับผิดชอบปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ความเข้าใจที่ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นกลไกที่กองทัพตั้งขึ้นมาเพื่อยึดพื้นที่บริหารงานแทนฝ่ายพลเรือน เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น
กอ.รมน.ไม่ใช่หน่วยงานที่กองทัพกำหนดบทบาทขึ้นมาเอง แต่เป็นกลไกการบริหารความมั่นคงของรัฐบาล โดย กอ.รมน.ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี กฎหมาย และยุทธศาสตร์ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ
กองทัพเป็นหน่วยสนับสนุนหลักในปัจจุบัน เพราะสถานการณ์ในพื้นที่ยังมีทั้งการใช้อาวุธ การก่อเหตุรุนแรง การก่อวินาศกรรม และเครือข่ายจัดตั้งที่ซับซ้อนเกินกว่าจะมองเป็นเพียงอาชญากรรมทั่วไป
ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงแตกต่างจากคดีอาชญากรรมในภูมิภาคอื่นอย่างชัดเจน
เบื้องหลังเหตุรุนแรงหนึ่งเหตุการณ์ อาจมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ตั้งแต่ผู้วางแผน ผู้จัดหาอาวุธ ผู้เฝ้าดูความเคลื่อนไหว ผู้ขนส่ง ผู้ลงมือ ผู้ให้ที่พักพิง ไปจนถึงเครือข่ายที่ทำหน้าที่บิดเบือนข่าวสาร สร้างความชอบธรรมให้ผู้ก่อเหตุ และกล่าวหาการปฏิบัติงานของรัฐ
แต่ละส่วนอาจไม่จำเป็นต้องรับคำสั่งกันอย่างเปิดเผย เพราะระบบสนับสนุนสามารถทำงานสอดประสานกันได้จากอุดมการณ์ เป้าหมาย และเครือข่ายเดียวกัน
นี่จึงเป็นการเดินเกมพร้อมกันอย่างน้อยสองสนาม
สนามแรกคือสนามของกองกำลัง การก่อเหตุ และการควบคุมพื้นที่
สนามที่สองคือสนามข่าวสาร ซึ่งทำหน้าที่สร้างภาพว่าผู้ก่อเหตุคือผู้ถูกกระทำ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเข้าไประงับเหตุถูกทำให้กลายเป็นต้นเหตุของปัญหา
เกมลักษณะนี้ดำเนินมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี และเป็นเหตุผลว่าทำไมการแก้ปัญหาจึงไม่สามารถฝากไว้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง
ตำรวจมีอำนาจสอบสวนและบังคับใช้กฎหมาย แต่ไม่สามารถรับผิดชอบมิติทางทหาร การข่าว การพัฒนา และการบริหารพื้นที่ทั้งหมดได้
ฝ่ายปกครองมีหน้าที่ดูแลการบริหารราชการและประชาชน แต่ยังไม่มีขีดความสามารถเพียงพอสำหรับการรับมือเครือข่ายติดอาวุธที่ปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ
กองทัพมีศักยภาพด้านความมั่นคงและการควบคุมสถานการณ์ แต่ไม่สามารถเข้าไปแทนที่บทบาทของตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานพัฒนาได้
ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงต้องใช้โครงสร้างพิเศษที่นำพลเรือน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกัน ภายใต้ชื่อ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”
กล่าวให้ชัดที่สุด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่รัฐบาลทหารในพื้นที่ แต่เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการบูรณาการหน่วยงานของรัฐ เพื่อรับมือกับปัญหาที่ระบบราชการปกติไม่สามารถแยกส่วนกันแก้ไขได้
ภารกิจของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงไม่ได้มีเฉพาะการใช้กำลัง แต่ครอบคลุมทั้งการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน การป้องกันเหตุรุนแรง การอำนวยความยุติธรรม การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา และการสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข
แน่นอนว่า โครงสร้างใดที่ใช้อำนาจรัฐย่อมต้องถูกตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ และปรับปรุงได้ หากพบความผิดพลาดหรือการใช้อำนาจเกินขอบเขต ผู้กระทำก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย
แต่การตรวจสอบการใช้อำนาจ กับการทำลายกลไกความมั่นคงทั้งหมด เป็นคนละเรื่องกัน
หากในอนาคตรัฐบาลเห็นว่าตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือหน่วยงานพลเรือนมีความพร้อมเพียงพอที่จะรับภารกิจทั้งหมด รัฐบาลย่อมมีอำนาจปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้ตามกฎหมาย และกองทัพก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “กองทัพยอมถอนหรือไม่”
แต่ต้องถามว่า หลังจากถอนแล้ว ใครจะรับภารกิจ ใครจะคุ้มครองประชาชน ใครจะประสานงานระหว่างหน่วยงาน และหน่วยงานที่จะเข้ามาแทนมีทั้งกำลังคน ความรู้ ข่าวกรอง อำนาจตามกฎหมาย และความพร้อมเพียงพอแล้วหรือยัง
ที่ผ่านมา ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองไม่ได้ถูกห้ามไม่ให้เข้ามารับบทบาท แต่ปัญหาคือยังไม่มีหน่วยงานใดสามารถรับภารกิจที่มีความซับซ้อนทั้งหมดนี้ได้โดยลำพัง
การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงไม่ควรเริ่มจากความคิดว่า ต้องเอาทหารออกเพื่อให้ดูเป็นประชาธิปไตย
แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย รัฐใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม และหน่วยงานพลเรือนค่อย ๆ มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับภารกิจมากขึ้น
เพราะการเปลี่ยนโครงสร้างโดยไม่เตรียมผู้รับช่วงต่อ ไม่ใช่การคืนอำนาจให้ประชาชน
แต่อาจกลายเป็นการเปิดช่องว่างทางอำนาจ ให้ผู้ก่อเหตุและเครือข่ายเข้าไปครอบครองพื้นที่แทนรัฐ
#เอ็ดดี้อัษฎางค์ #กอรมน #กอรมนภาค4ส่วนหน้า #ชายแดนใต้ #ความมั่นคง #สันติสุขชายแดนใต้ #การเมืองไทย #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








