ผลตรวจสอบพบโลหะหนักอันตรายทั้งแคดเมียม ตะกั่ว สารหนู และซีลีเนียม ในบ่อลูกรังเก่า จ.สระแก้ว หลังถูกใช้ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ชาวบ้านหวั่นสารพิษปนเปื้อนน้ำใต้ดินและคลองพระสะทึง เจ้าหน้าที่อายัดพื้นที่ เร่งสอบสวนหาต้นตอและผู้รับผิดชอบ
จากกรณีชาวบ้านหมู่ 7 บ้านใหม่ไพรวัลย์ ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว แสดงความกังวลหลังผลตรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันพบการปนเปื้อนของโลหะหนักอันตรายในบ่อลูกรังเก่า ซึ่งถูกใช้เป็นจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม โดยเกรงว่าสารพิษจะซึมลงสู่ชั้นน้ำใต้ดินและไหลปนเปื้อนคลองพระสะทึง ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของชุมชนในระยะยาว
วันที่ 27 ก.ค.69นายกฤษฎา สิงนิยม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านใหม่ไพรวัลย์ เปิดเผยว่า บ่อลูกรังเอกชนขนาดประมาณ 10 ไร่ แห่งนี้ ถูกลักลอบนำกากของเสียมาทิ้งตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยผลตรวจจากศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ยืนยันพบการปนเปื้อนของ แคดเมียม ตะกั่ว สารหนู และซีลีเนียม ซึ่งเป็นโลหะหนักอันตราย เข้าข่าย วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 อีกทั้งยังพบ ทองแดงเกินค่ามาตรฐานชาวบ้านระบุว่า ความกังวลไม่ได้อยู่เพียงกองขยะพิษที่มองเห็น แต่คือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งน้ำของหมู่บ้าน เนื่องจากชุมชนไม่ได้ใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาค แต่ใช้น้ำจาก บ่อผิวดิน น้ำบาดาล และคลองพระสะทึง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดทิ้งขยะไม่ถึง 2 กิโลเมตร หากสารพิษซึมลงสู่ชั้นดิน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งหมู่บ้าน
ก่อนหน้านี้ สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดสระแก้ว ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการลักลอบทิ้งกากของเสียในพื้นที่ดังกล่าว จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนผลตรวจจะยืนยันการปนเปื้อนของโลหะหนักและทองแดงเกินค่ามาตรฐาน ภายหลัง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ นายถาวร กงแก้ว เจ้าของที่ดิน ในข้อหาครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 23 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมสั่งอายัดพื้นที่ ห้ามดำเนินการใด ๆ และกำหนดให้เจ้าของที่ดินรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกำจัดกากของเสียทั้งหมดอย่างไรก็ตาม แม้พื้นที่จะถูกอายัดแล้ว แต่ในช่วงกลางดึกของวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านยังพบว่ามีการลักลอบนำกากของเสียเข้ามาทิ้งเพิ่มเติมอีก 3 รถดัมพ์ รวม 6 กอง ทำให้ชาวบ้านต้องจัดกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเก็บหลักฐานเพิ่มเติม
ล่าสุด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว ได้ประสานสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 เตรียมลงพื้นที่ประเมินความเสียหาย ตรวจสอบการปนเปื้อนในชั้นดิน น้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำธรรมชาติรอบพื้นที่ ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามต้นตอของขยะพิษและผู้ที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








