เกิดเหตุเดือดกลางพัทยา ทอมบอยเมาอาละวาดโวยวาย ทุบตู้ขายของแม่ค้าส้มตำ ก่อนถูกคว้ามีดสับมะละกอฟันได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนทั้งสองฝ่าย หลังคู่กรณีให้การอ้างถูกหาเรื่องและถูกทำลายทรัพย์สินก่อนเกิดเหตุ
เมื่อเวลา 00.36 น. วันที่ 23 ก.ค.69 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในซอยเลียบชายหาดพัทยา 13/2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯ รีบไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมุงดูเหตุการณ์ด้วยความแตกตื่นตกใจ เป็นจำนวนมาก พบ น.ส.วันเพ็ญ อายุ 33 ปี ทอมบอย (LGBTQ+)ได้รับบาดเจ็บถูกมีดฟันบาดเข้าที่ช่วงลำคอ เลือดไหลอาบทั้งตัว โดย เล่าให้ฟังว่าตนเองเข้าไปสั่งห้ามแม่ค้าส้มตำ ไม่ให้มีปัญหากับแม่ตนเอง (ไม่ใช่แม่แท้ๆ เป็นเพียงแม่ค้าร้านใกล้เคียง) แต่กลับถูกผู้ก่อเหตุด่า หยาบคาย ว่าอย่าเสือก ไปไกลๆไอ้ลูกกระหรี่ ก่อนจะคว้ามีดฟันใส่ตนเองหลายครั้ง จนได้รับบาดเจ็บ ภายหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯให้การช่วยเหลือ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
สอบถาม น.ส.รุ่งอรุณ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี แม่ค้าส้มตำผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลว่า ตัวผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น เข้ามาโวยวายหาว่าตนเองไปมีปัญหา กับแม่ค้าอาหารตามสั่งใกล้เคียง ซึ่งจริงๆแล้วไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน ก่อนจะใช้น้ำแข็งปาใส่หน้าตนเอง และทุบตู้ขายของจนแตก ตนเองทนไม่ไหว จึงหยิบมีดที่ใช้สับมะละกอ ฟันใส่ผู้ก่อเหตุไป ซึ่งตนเองยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุและด่าผู้ได้รับบาดเจ็บจริง เนื่องจากทนไม่ไหว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยให้ข้าวให้น้ำกินไม่คิดว่าจะมาทำเช่นนี้
ขณะที่แม่ค้าอาหารตามสั่งทราบชื่อคือป้าฟ้า อายุ 60 ปี ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ลูกแท้ๆ เพียงแต่ชอบเรียกตัวเองว่าแม่เท่านั้น ก่อนเกิดเหตุเดินมาสั่งข้าวกับตนเอง แล้วจู่ๆก็เดินไปโวยวายกับ แม่ค้าส้มตำ โดยอ้างว่า สาเหตุจากแม่ค้าส้มตำทะเลาะกับตนเอง ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ เวลาเมามักจะชอบโวยวายหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว ไม่คาดคิดว่าครั้งนี้จะบานปลายเช่นนี้ หลังเกิดเหตุจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้เชิญตัวแม่ค้าส้มตำผู้ก่อเหตุ มาสอบปากคำที่สถานี ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นอยู่ระหว่างการรักษาตัว ซึ่งจะให้เดินทางมาให้ปากคำ ถึงสาเหตุการเกิดเหตุที่แท้จริง เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป








