2 พี่น้องเมืองพัทยาแจ้งความ หลังถูกกลุ่มวัยรุ่น 6-7 คน ไล่ตามทำร้าย ปาขวดใส่ และมีชายชักปืนข่มขู่กลางถนน ต้องทิ้งรถวิ่งหนีเอาชีวิตรอด คาดปมขัดแย้งเรื่องตามจีบแฟนพี่ชาย แม้เคลียร์ใจกันแล้ว วอนตำรวจเร่งติดตามผู้ก่อเหตุดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 22 ก.ค.69 เวลา 20.30 น. นายภานุเดช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ได้นำภาพกล้องวงจรปิด นาทีถูกกลุ่มวัยรุ่น ประมาณ 6-7 คน ไล่รุมทำร้าย โดย 1 ในผู้ก่อเหตุ มีการชักอาวุธปืน ออกมาข่มขู่ จนตนเองกับพี่ชาย ต้องวิ่งหนีตายเอาชีวิตรอด เหตุเกิดที่ซอยกรมที่ดิน 6 พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเวลา 21.54 น.ของวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้บางส่วนจึงนำมาเป็นหลักฐาน ในการเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สายใจ คำจุลลา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
นายภานุเดช เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเองกับพี่ชาย (เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน) กำลังขี่รถจักรยานยนต์จากบ้าน เพื่อไปเล่นสนุกเกอร์กัน พอขี่ออกจากบ้านมาได้ไม่ไกล ปรากฏว่า ก็ไปเจอกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 6-7 คน จอดรถอยู่ข้างถนน ซึ่ง 1 ในนั้น เพิ่งจะมีปัญหาเรื่องชู้สาวกับพี่ชาย แต่ว่าเคลียร์กันจบแล้ว พอตนเองขี่รถผ่านมา พอเหลียวกลับไปมอง ก็เห็นว่ากลุ่มวัยรุ่นมีการหยิบเตรียมของอะไรบางอย่าง ก่อนจะขึ้นสตาร์ตรถจักรยานยนต์ แล้วขี่ไล่กลุ่มพวกของตนมาอย่างกระชั้นชิด โดยขี่รถจักรยานยนต์ ไล่ตามประกบ ปิดหัวปิดท้าย และ มีการขว้างปาขวดใส่ อีกทั้ง 1 ในผู้ก่อเหตุ มีการชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ ตนเองกับพี่ชายเห็นท่าไม่ดี จึงชักอาวุธมีดออกมา เพื่อป้องกันตัว แต่สุดท้ายตนเองกับพี่ชายจึงตัดสินใจจอดและทิ้งรถจักรยานยนต์ แล้ววิ่งหนีกระโดดข้ามแท่งแบริเออร์เอาชีวิตรอด เพราะกลัวว่าคู่กรณีจะใช้อาวุธปืนยิงใส่เข้ามา จึงทำให้หนีรอดตายมาได้อย่างหวุดหงิด ก่อนจะรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ส่วนปมเหตุในครั้งนี้ คาดว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคู่กรณีของพี่ชาย ที่เคยมีปัญหากันก่อนนี้ โดย 1 ในผู้ก่อเหตุ (พักอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน ) เคยมาจีบแฟนสาวของพี่ชาย แต่พอพี่ชายจับได้ ก็มีการเคลียร์ปัญหากันก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน ซึ่งการพูดคุยในครั้งนั้นต่างฝ่ายก็ต่างแยกย้ายและยุติเรื่องราวที่เกิดขึ้น พอผ่านมาแค่วันเดียวก็ไม่คิดว่าฝ่ายคู่กรณีจะตามมาเอาเรื่อง ตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งยืนยันว่าขอดำเนินคดีกับฝ่ายคู่กรณีให้ถึงที่สุด และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตั๋วผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย








