‘หมอสุภัทร’ อัดนายกฯ เจตนายื้อปมประธาน กสทช. พ้นตำแหน่ง ชี้มติกรรมการสรรหาฯ ชัดเจนกรณี ‘หมอสรณ’ ขาดคุณสมบัติ ถือเป็นผู้สละสิทธิทันทีตามมาตรา 18 เทียบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ต้องรอทูลเกล้าฯ พร้อมเรียกร้อง 6 กรรมการวอล์กเอาต์หากเข้าประชุม 27 ก.ย. นี้
วันที่ 23 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีถูกมองว่าอาจมีเจตนาถ่วงเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม
นพ.สุภัทร ระบุว่า ได้รับการติดต่อจากนักกฎหมายระดับสูงซึ่งให้ความเห็นตรงกันว่า การพ้นจากตำแหน่งของ นพ.สรณ ไม่จำเป็นต้องรอขั้นตอนยื่นเรื่องทูลเกล้าฯ เนื่องจากตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (พ.ร.บ.กสทช.) มาตรา 18 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา แต่ยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (1) (2) หรือ (3) จะต้องแสดงหลักฐานการลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการภายในเวลา ให้ถือว่า "ผู้นั้นสละสิทธิ"
"กรณีของ นพ.สรณ ตามมติกรรมการสรรหาฯ ที่ระบุว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากยังเป็นลูกจ้างตามมาตรา 8(2) นั้น ถือเป็นผู้สละสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งมีผลทันทีโดยไม่ต้องยื่นทูลเกล้าฯ ปลด เทียบเคียงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีอดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร, อดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน หรือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่เมื่อมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ผลก็เกิดขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนทูลเกล้าฯ เช่นกัน" นพ.สุภัทร กล่าว
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนโดยรอให้คณะกรรมการสรรหาฯ ส่งเรื่องแจ้งประธานวุฒิสภา แล้วส่งต่อมายังสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งตรงกับช่วงปิดสมัยประชุมสภา และต้องรอเปิดสมัยประชุมใหม่ในวันที่ 25 ส.ค. 2569 นั้น นพ.สุภัทร ตั้งคำถามว่า การต้องรอเวลาอีก 2–3 เดือนเช่นนี้ ถือเป็นการยื้อเวลาเพื่อช่วยใครหรือไม่
นอกจากนี้ สำหรับการประชุมบอร์ด กสทช. ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ก.ค. 2569 นพ.สุภัทร ได้เรียกร้องไปยัง กรรมการ กสทช. อีก 6 ท่าน ให้ยืนหยัดตามหลักกฎหมาย โดยเสนอให้ วอล์กเอาต์ (Walk out) หาก นพ.สรณ ยังคงเข้าร่วมประชุม พร้อมระบุว่า นพ.สรณ ควรมีสปิริตและสำนึกทางจริยธรรม ยุติการทำหน้าที่เนื่องจากขาดคุณสมบัติไปแล้ว
ทั้งนี้ เสนอให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ ดำเนินการเลือกประธานในที่ประชุมเพื่อขับเคลื่อน agenda ที่ค้างคาให้เดินหน้าต่อได้ ตาม พ.ร.บ.กสทช. มาตรา 20 วรรคสอง ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ หากมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน เพื่อไม่ให้องค์กรต้องหยุดชะงักลง








