ประชุมติดตามปัญหาน้ำเสียใน จ.ระยอง ร้อนระอุ เมื่อ "มาร์ค พิทบูล" ซัดหน่วยงานรัฐทำงานล่าช้า จี้เร่งเอาผิดผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสีย พร้อมประกาศหากไร้ความคืบหน้า เตรียมพาชาวบ้านเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการอุตสาหกรรมใหม่
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมศรีสมุทรโภคชัย ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดระยอง จังหวัดระยองจัดประชุมเร่งด่วนติดตามปัญหาน้ำเสียในคลองสาธารณะ ซึ่งเชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำดอกกราย โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนภาคอุตสาหกรรม และตัวแทนประชาชนเข้าร่วมหารือ เพื่อเร่งติดตามข้อเท็จจริงและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา หลังมีประชาชนร้องเรียนพบความผิดปกติของคลองสาธารณะในพื้นที่หมู่ 4 ต.พนานิคม อ.นิคมพัฒนา ซึ่งมีเส้นทางไหลเชื่อมต่อไปยังอ่างเก็บน้ำดอกกราย
ทั้งนี้ ต้นเรื่องเกิดจากนายกายนิชพลได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน ก่อนยื่นหนังสือต่อจังหวัด ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการไหลของน้ำอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตรวจสอบว่าลำน้ำไหลผ่านโรงงานอุตสาหกรรมและชุมชนกี่แห่ง รวมถึงปลายทางไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะใด เพื่อสืบหาต้นตอของการลักลอบปล่อยน้ำเสีย และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ระหว่างการประชุม นายกายนิชพลแสดงความไม่พอใจต่อความคืบหน้าของการดำเนินงาน พร้อมตั้งคำถามต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์หรือดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้วหรือไม่ โดยระบุว่า หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ ความเสียหายจะตกอยู่กับประชาชนและสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐชี้แจงว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ และอยู่ระหว่างเก็บตัวอย่างน้ำ ตรวจสอบเส้นทางการไหล รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรัดกุม
ด้านผู้แทนนิคมอุตสาหกรรมอมตะระยอง ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งประสานโรงงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
ช่วงท้ายการประชุม บรรยากาศยิ่งตึงเครียด เมื่อนายกายนิชพลประกาศจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า แม้จังหวัดระยองจะเป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่หากการบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพ และไม่สามารถเอาผิดผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสียได้อย่างจริงจัง ก็ไม่ควรเดินหน้ารับโครงการอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมกล่าวว่า หากเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม ตนพร้อมเป็นแกนนำพาประชาชนชาวระยองออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการพัฒนาในพื้นที่ จนกว่าหน่วยงานรัฐจะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายได้อย่างแท้จริง








