ตำรวจระยองคุมตัว พี่ชายปืนโหด ยิงน้องสาวแท้ ๆ เสียชีวิต น้องเขยเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีข้ามจังหวัด สุดท้ายถูกสกัดจับได้ที่ปราจีนบุรี พร้อมแจ้งข้อหาหนักหลายกระทง เตรียมนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งฝากขังศาลจังหวัดระยอง
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 10 ก.ค. 2569 พ.ต.ท.พิเชษฐ สิรินันท์ รอง ผกก.สส.สภ.นิคมพัฒนา พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัฐศาสตร์ แสนศรี สว.สส.สภ.นิคมพัฒนา และกำลังชุดสืบสวน ควบคุมตัวนายเชาวลิต อายุ 70 ปี ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนยิง นางอรวรรณ อายุ 60 ปี น้องสาว เสียชีวิต และยิง นายสิงขร อายุ 63 ปี น้องเขย บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในพื้นที่ก่อสร้างห้องเช่า หมู่ 2 ซอย 10 สาย 11 ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เมื่อช่วงสายของวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา
หลังลงมือก่อเหตุ นายเชาวลิตได้ขับรถกระบะ 4 ประตู สีขาว หลบหนีออกจากพื้นที่ มุ่งหน้าไปยังวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ก่อนนิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป โดยอ้างว่าจะเดินทางไปประกอบพิธีที่จังหวัดอุดรธานี พระสงฆ์หลงเชื่อจึงนั่งรถร่วมเดินทางไปด้วย กระทั่งผู้ต้องหาขับรถมาถึงถนนสาย 304 ช่วงพื้นที่ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี
ต่อมา ชุดสืบสวน สภ.นิคมพัฒนา ได้ประสานกำลังตำรวจ สภ.วังขอนแดง สภ.นาดี และตำรวจทางหลวงกบินทร์บุรี ตั้งจุดสกัด ก่อนสามารถจับกุมนายเชาวลิตไว้ได้โดยละม่อม พร้อมควบคุมตัวกลับมาดำเนินคดีที่ สภ.นิคมพัฒนา ส่วนพระสงฆ์ที่นั่งรถมาด้วยถึงกับตกใจเมื่อทราบว่าผู้ขับรถเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม และเชื่อว่าถูกหลอกให้นั่งรถมาด้วยเพื่อหวังใช้เป็นที่พึ่งทางใจระหว่างหลบหนี
เมื่อผู้ต้องหาถูกนำตัวมาถึง สภ.นิคมพัฒนา เจ้าหน้าที่รีบนำเข้าห้องสืบสวนเพื่อจัดทำประวัติอาชญากร ตรวจยึดอาวุธปืนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบันทึกการจับกุม ก่อนส่งตัวให้ พ.ต.ท.สุริยา กุลบุญญา สว.(สอบสวน) สภ.นิคมพัฒนา เจ้าของคดี ดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า และวางเพลิงเผาทรัพย์ (รถยนต์) ซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษร้ายแรง โดยหากการสอบสวนแล้วเสร็จ จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ก่อนขออำนาจศาลจังหวัดระยองฝากขังดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้าน นายปฐมพร บุตรชายนางอรวรรณ ผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้นว่า ตั้งใจจะรอพบหน้าผู้ต้องหาเพียงเพื่อถามว่า "ฆ่าแม่ผมทำไม" แต่ไม่มีโอกาสได้พบ ขณะที่อาการของนายสิงขร ผู้เป็นบิดา ดีขึ้นตามลำดับ แม้ยังต้องรักษาตัวอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง








