เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ นายพงษ์ศักดิ์ บุญรักษ์ แกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวกว่า 300 คน พร้อมรถกระบะติดตั้งเครื่องเสียง เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายมนิต วงษ์จินดา นายอำเภอบางสะพาน เพื่อขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการอนุมัตินำเข้าน้ำกะทิแช่แข็งและน้ำกะทิสำเร็จรูป ซึ่งชาวสวนเชื่อว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ราคามะพร้าวในประเทศตกต่ำอย่างต่อเนื่อง
เครือข่ายชาวสวนมะพร้าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เพื่อขอให้ส่งเรื่องถึงเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ขอข้อมูลหลักเกณฑ์ วิธีการอนุมัติ และสถิติการนำเข้าน้ำกะทิแช่แข็งและน้ำกะทิสำเร็จรูปย้อนหลัง ระหว่างปี 2566-2569 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร
ต่อมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีหนังสือ "ด่วนที่สุด" ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ส่งถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางการอนุมัตินำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว หลังได้รับข้อร้องเรียนจากเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตราคาผลผลิตตกต่ำ
อย่างไรก็ตาม เมื่อยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการ เครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจึงยื่นหนังสือถึงนายอำเภอบางสะพาน ขอให้ประสานเชิญ นางสาวสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ลงพื้นที่พร้อมเอกสารทั้งหมด เพื่อชี้แจงต่อเกษตรกรโดยตรง ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยชาวสวนต้องการคำชี้แจง 5 ประเด็น ดังนี้ 1.หลักเกณฑ์และอำนาจในการอนุมัตินำเข้าน้ำกะทิแช่แข็งและน้ำกะทิสำเร็จรูป 2.หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว 3.เหตุใดผลิตภัณฑ์ที่ใช้มะพร้าวนำเข้าจึงไม่ระบุแหล่งกำเนิดวัตถุดิบอย่างชัดเจน 4.วิธีคำนวณปริมาณการนำเข้าและผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตมะพร้าวในประเทศ 5.มาตรการคุ้มครองเกษตรกรไทยจากผลกระทบของการนำเข้าผลิตภัณฑ์มะพร้าว
นอกจากนี้เครือข่ายฯ ยังยืนยันข้อเสนอ 7 ประการ ที่เคยยื่นผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ประกอบด้วย 1.ชะลอการนำเข้ามะพร้าวผลและผลิตภัณฑ์มะพร้าวทั้งหมด จนกว่าราคามะพร้าวผลใหญ่จะไม่ต่ำกว่า 18 บาทต่อผล และมะพร้าวขาวไม่ต่ำกว่า 35 บาทต่อกิโลกรัม 2.เปิดเผยข้อมูลการนำเข้าและรับฟังความคิดเห็นของเกษตรกรก่อนอนุมัติ
3.จัดตั้งคณะกรรมการมะพร้าวแห่งชาติที่มีตัวแทนชาวสวนจากทุกพื้นที่ 4.ผลักดันให้มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ 5.นำปริมาณผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่นำเข้า คำนวณเทียบเท่ามะพร้าวผลก่อนอนุญาต 6.กำหนดให้ระบุแหล่งกำเนิดวัตถุดิบอย่างชัดเจน 7.ไม่นำมะพร้าวนำเข้าไปแปรรูปนอกกรอบความตกลง AFTA และ WTO
ระหว่างการชุมนุม นายสมหวัง พิมพ์สอ ชาวสวนมะพร้าวจากตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน ได้ขึ้นเวทีสะท้อนปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำและผลกระทบที่เกษตรกรกำลังเผชิญ
ขณะที่ พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม ร่วมขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาของภาครัฐและการบริหารจัดการด้านการค้าสินค้าเกษตร พร้อมมีการนำหุ่นจำลองและโลงศพสีขาวที่มีข้อความเชิงสัญลักษณ์มาใช้ประกอบการแสดงออกเชิงประท้วง
ภายหลังยื่นหนังสือต่อนายอำเภอบางสะพาน กลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันเผาหุ่นจำลองและโลงศพเชิงสัญลักษณ์ ก่อนแยกย้ายกลับ พร้อมนัดรวมตัวอีกครั้งในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตัวแทนเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากเกษตรกรจำนวนมากกำลังได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง








