เกษตรอำเภอปะทิวเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังเกษตรกรแจ้งพบการระบาดของ หนอนหัวดำมะพร้าวและด้วงแรดมะพร้าว ในสวนมะพร้าว ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ 5 ไร่ ระดับการระบาดตั้งแต่ปานกลางถึงรุนแรง พร้อมแนะนำแนวทางป้องกันและกำจัดตามหลักวิชาการ หวังสกัดการแพร่ระบาดและลดความเสียหายต่อผลผลิต
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นางสาวสุจิตรา ชูชีพ เกษตรอำเภอปะทิว มอบหมายให้ นางสาวอรัญญาณีย์ เพชรคีรี และนางสาวสิริมา บำรุง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ลงพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร หลังได้รับแจ้งจากเกษตรกรว่าพบศัตรูพืชเข้าทำลายในสวนมะพร้าว จากการสำรวจพบการระบาดของ หนอนหัวดำมะพร้าวและด้วงแรดมะพร้าว ในสวนมะพร้าวต้นเตี้ย อายุประมาณ 6–7 ปี พื้นที่ประมาณ 5 ไร่ โดยมีระดับการระบาดตั้งแต่ปานกลางถึงรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้คำแนะนำแก่เกษตรกรเพื่อควบคุมสถานการณ์ก่อนการระบาดขยายวงกว้าง
เบื้องต้น แนะนำให้ตัดทางใบมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำทำลายอย่างรุนแรงออกจากแปลง และนำไปทำลาย เพื่อลดแหล่งสะสมของศัตรูพืช จากนั้นพ่นสารป้องกันกำจัดแมลงตามคำแนะนำ ได้แก่ ฟลูเบนไดเอไมด์ 20% WG, คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC, สปินโนแสด 12% SC และลูเฟนนูรอน 5% EC โดยใช้ตามอัตราที่กำหนดและสลับกลุ่มสารเพื่อช่วยลดความเสี่ยงการดื้อสาร
เจ้าหน้าที่ยังเน้นย้ำข้อควรระวังในการใช้สารกำจัดแมลง โดย สปินโนแสดมีพิษสูงต่อผึ้ง จึงไม่ควรใช้ในสวนที่มีการเลี้ยงผึ้ง ขณะที่ ลูเฟนนูรอนมีพิษสูงต่อกุ้ง จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ใกล้พื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้ง และต้องปฏิบัติตามฉลากและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ภายหลังการใช้สารเคมี เจ้าหน้าที่แนะนำให้ใช้ แตนเบียนบราอคอน เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยควบคุมหนอนหัวดำมะพร้าวตามธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการระบาดในระยะยาวและส่งเสริมการรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวน
ส่วนการป้องกัน ด้วงแรดมะพร้าว เกษตรกรควรรักษาความสะอาดภายในสวน กำจัดกองซากพืชและวัสดุอินทรีย์ที่กำลังย่อยสลาย ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของด้วงแรด พร้อมหมั่นตรวจบริเวณคอมะพร้าวและโคนทางใบ หากพบรูเจาะหรือร่องรอยการเข้าทำลาย ให้กำจัดตัวด้วงตามวิธีที่เจ้าหน้าที่แนะนำ เพื่อลดความเสียหายและป้องกันการแพร่ระบาดไปยังต้นอื่น
สำนักงานเกษตรอำเภอปะทิวจะติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูมะพร้าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมการระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาคุณภาพผลผลิตมะพร้าว และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว








