เกิดเหตุสลดช้างป่าบุกพื้นที่อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ทำร้ายชายวัย 63 ปีเสียชีวิตคาที่ ขณะพยายามวิ่งหนีเข้าบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ ภรรยาเผยได้ยินเสียงช้างก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งผลักดันช้างกลับป่าและเตือนประชาชนระวังพื้นที่เสี่ยง
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 6 ก.ค.69 ร.ต.ท.ชัยยันต์ ชาญตะกั่ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.สีชมพู ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีคนถูกช้างเหยียบเสียชีวิตเหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่ง ม.8 ต.ดงลาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.พัฒนพงษ์ ปัดสำราญ ผกก.สภ.สีชมพู,แพทย์เวร รพ.สีชมพูและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ข้างบ้านมีกระท่อม 1 หลัง และที่สนามหญ้าข้างบ้าน พบศพผู้ตายในสภาพนอนหงาย ท่อนล่างเปลือยเปล่า ท่อนบนเสื้อฉีกขาด ทราบชื่อต่อมาคือ นายอุทัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน นางสุปัน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ภรรยาผู้ตาย ให้การว่า สามีได้ออกไปนอนอยู่ที่กระท่อมข้างบ้าน ก่อนที่จะได้ยินเสียดังตูมตาม จึงตื่นมาดู ปรากฏว่ามีช้างป่ากำลังเดินอยู่รอบบ้าน สามีตกใจ กลัวถูกทำร้าย จึงรีบวิ่งออกจากกระท่อม มาเคาะประตูบ้านเพื่อให้ระวัง จังหวะนั้นช้างป่าได้หันมาเห็นสามี จึงได้ใช้งวงลากตัวสามี ไปพงหญ้าห่างบ้านประมาณ 10 เมตร แล้วทำร้ายร่างกาย ทั้งใช้งวงเหวี่ยงและใช้เท้ากระทืบ จนเสียชีวิต ก่อนจะวิ่งหนีไป
ขณะที่นายคมสันต์ ทุมโคตร ผญบ.ม.11 ต.ดงลาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในพื้นที่ ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ป่าชุมชนมากที่สุด แล้วก็มีช้างชื่องาจิ๋วกับเจ้าหลอนเข้ามาในพื้นที่และหากินอยุ่ตามสวน ตามป่าชุมชน แต่เมื่อช่วงเช้ามืดได้เข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านทั้ง 2 ตัวแล้วก็ทำร้ายชาวบ้านจนตาย ซึ่งขณะนี้ช้างทั้ง 2 เชือกได้ถูกขับไล่ออกไปอยุ่ในป่า ห้างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กม.แล้ว
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนพงษ์ ปัดสำราญ ผกก.สภ.สีชมพู กล่าวว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนชาวบ้าน รวมถึงผู้นำชุมชน ทราบว่า ในพื้นที่ตำบลดงลานอ.สีชมพู จ.ขอนแก่นนั้น มีช้าง 2 เชือก ชื่องาจิ๋วกับหลอนเข้ามาในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ได้แจ้งให้ชาวบ้านระมัดระวัง ห้ามนอนที่สวนและไร่นาน ซึ่งชาวบ้านนำพื้นที่ต่างก็ระวังกันมาตลอด ในส่วนของผู้ตายรายนี้ ก็นอนอยู่ที่กระท่อมในบ้าน แต่พอเห็นช้างก็ตกใจ พยายามเคาะประตูให้คนในบ้านเปิดประตูให้ก็ถูกช้างที่เข้ามาหากินในหมู่บ้าน ทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งหลังเกิดเหตุ ภรรยาและญาติพี่น้องไม่ติดใจการตาย จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป








