"อภิสิทธิ์" ลุยอีสาน ปลุก ปชป. สู้ศึกเลือกตั้ง ชูนโยบายเพิ่มมูลค่าเกษตร–กระจายอำนาจ–เร่งโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมค้านตัดสิทธิ์สวัสดิการข้าราชการ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ก.ค. 2569 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น หรือ ไคซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ พบปะเครือข่าย, อดีตผู้สมัคร และสมาชิกพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้บริหารพรรคและคณะกรรมการพรรค เข้าร่วมพบปะและร่วมประชุมกับสมาขิกพรรคในภาคอีสานอย่างพร้อมเพรียง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน แม้ปัจจุบันจะไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ซึ่ง การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการจัดการภายในพรรค แต่ต้องการระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางรับมือความท้าทายของภาคอีสาน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและภาคการเกษตร ซึ่งจำเป็นต้องก้าวข้ามการแก้ปัญหาระยะสั้นเรื่องราคาสินค้า ไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างโอกาสใหม่จากเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานทางเลือก ซึ่งพรรคยังคงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันภาคอีสานเป็นประตูเชื่อมประเทศไทยกับจีนและกลุ่มประเทศ CLMV และเสียดายที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีนมีความคืบหน้าล่าช้า ทั้งที่ริเริ่มมาตั้งแต่กว่า 15 ปีก่อน พร้อมเห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานในภาคอีสานมากกว่ามุ่งเน้นเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้
"การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคมีข้อจำกัดด้านเวลา หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารพรรคได้เพียงเดือนเดียวก็มีการยุบสภา ส่งผลให้ผู้สมัครหน้าใหม่ไม่มีเวลาสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนเพียงพอ แต่ย้ำว่าครั้งหน้าจะไม่มีข้อจำกัดดังกล่าวอีก พร้อมเชื่อว่าหากพรรคทำงานต่อเนื่องและมีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน ก็จะได้รับโอกาสจากชาวอีสาน โดยยังไม่ขอประเมินจำนวนที่นั่ง ส.ส. เพราะต้องการให้น้ำหนักกับการทำงานมากกว่าการคาดการณ์ตัวเลข ส่วนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 นายอภิสิทธิ์ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์จะพิจารณาตัดลดเฉพาะรายจ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมยืนยันว่าไม่เคยเสนอให้ลดสิทธิ์สวัสดิการของข้าราชการ ทั้งบำเหน็จบำนาญและสิทธิรักษาพยาบาล แต่เสนอให้ร่วมกันออกแบบระบบสำหรับผู้ที่จะเข้ารับราชการในอนาคต เพื่อให้ฐานะการคลังของประเทศมีความยั่งยืน"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หากไม่ปรับโครงสร้างรายจ่าย งบประมาณของรัฐจะถูกใช้ไปกับรายจ่ายประจำและการชำระหนี้ จนไม่เหลืองบลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ และอาจส่งผลกระทบต่อการเพิ่มสวัสดิการประชาชนในอนาคต ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด และสิทธิของคนพิการ โดยสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่เห็นว่าควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ไม่ใช่แจกแบบทั่วถึง เพราะทำให้รัฐต้องก่อหนี้จำนวนมาก ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มไม่ได้มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ
ซึ่งหากรัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อโครงการลักษณะนี้ เงินอาจหมดภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ปัญหาค่าครองชีพยังคงอยู่ พร้อมเสนอว่าการช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง จะทำให้ใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและช่วยเหลือประชาชนได้ยาวนานกว่า พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางการคลังของประเทศ แทนการบิดเบือนข้อเสนอทางนโยบายหรือมุ่งวิพากษ์วิจารณ์เพียงอย่างเดียว
ภูมิภาค48








