ตม.4 ร่วมปฎิบัติการฟ้าสางที่หนองหิน ตรวจเข้มชาวต่างชาติที่วัดร่มโพธิธรรม พบ 141 คน ใน 9 สัญชาติเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และบางส่วนได้เดินทางไปต่างประเทศกับเจ้าอาวาสแล้ว
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 29 มิ.ย.2569 ที่ บก.ตม.4 (ขอนแก่น) พล.ต.ต.ไพรัชพุกเจริญ ผบก.ตม.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎบูรณะภักดี ผกก.ตม.จว.เลยร่วมประชุมกรณีการบังคับใช้คำพิพากษาศาลฎีกาเพื่อทวงคืนพื้นที่ป่าและที่ดินของรัฐในพื้นที่วัดร่มโพธิธรรม ภายหลังร่วมปฏิบัติการ ฟ้าสางที่หนองหิน ด้วยการบูรณาการร่วม พล.ต.ต.จรูญเกียรติปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมผู้แทนจากจังหวัดเลย, กรมป่าไม้, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หน่วยงานด้านการบังคับคดีและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 200 นายหลังคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อปีพ.ศ.2561 ที่ให้วัดและผู้ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) รวมกว่า 754 ไร่พร้อมส่งมอบพื้นที่คืนแก่กรมป่าไม้
พล.ต.ต.ไพรัชพุกเจริญ ผบก.ตม.4 กล่าวว่าการปฎิบัติงาน ร่วมดำเนินการเข้าบังคับคดีที่วัดร่มโพธิธรรม โดยได้เจรจากับคณะสงฆ์เพื่อแจ้งให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯสำหรับคนต่างด้าวที่มาขออยู่ต่อในราชอาณาจักรประเภทศึกษาพระพุทธศาสนาที่อยู่ในวัดร่มโพธิธรรมกับทาง สตม. รวมจำนวน 141 ราย มีทั้งสิ้น 9สัญชาติ ได้แก่ เวียดนาม, จีน, ลาว, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, โรมาเนีย และกัมพูชาตรวจสอบการอยู่ในราชอาณาจักรถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตม.จว.เลยได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จำนวน 4 ครั้งและได้จัดให้มีล่ามภาษาเวียดนาม, จีนและภาษาอังกฤษเพื่อพูดคุยอธิบายและทำความเข้าใจกับคนต่างด้าวพร้อมจัดทำบันทึกเพื่อให้คนต่างด้าวรับทราบตามประกาศกรมป่าไม้ที่แจ้งให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาและให้ออกจากพื้นที่พิพาท
"ขณะนี้พบว่าคนต่างด้าวบางส่วนได้ เดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อไปปฏิบัติธรรมพร้อมกับเจ้าอาวาสที่ต่างประเทศจึงได้แจ้งให้คนต่างด้าวที่ยังคงอยู่ในวัดทราบว่าประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่กรมบังคับคดีปิดประกาศในปีพ.ศ.2567 โดยได้ชี้แจงและอธิบายให้ คนต่างด้าวทราบเพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาโดยให้ออกจากพื้นที่พิพาทภายในกำหนด 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วยังไม่ดำเนินการออกจากพื้นที่พิพาทกรมป่าไม้จะดำเนินการบังคับคดีและ ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีการต่อต้านและได้รับความร่วมมือจากทางวัดเป็นอย่างดีซึ่งในการปฏิบัติการเน้นสร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์เพื่อลดความขัดแย้ง"
ผบก.ตม.4 กล่าวต่อว่า สตม.ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการที่พัก เจ้าของบ้าน ผู้ให้เช่าให้ดำเนินการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา38 กำหนดให้เจ้าบ้าน ผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24ชั่วโมงนับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย ทั้งนึ้ สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่าง ๆรวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับและการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดกรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 904 หมู่ที่6ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th ได้ตลอด 24 ชม.
ภูมิภาค48








