“ไตรสรณคมน์” สส.มุกดาหาร พรรคกล้าธรรม ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 มีบทบาทพิจารณาและติดตามงานด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ และการปฏิรูปกองทัพ เพื่อความโปร่งใสและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ
คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 มีนายเอกราช อุดมอำนวย (พรรคประชาชน) ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการทหาร การป้องกัน การรักษาความมั่นคง และการพัฒนาประเทศ คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เป็นคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมาย ควบคุม และตรวจสอบการทำงานของกระทรวงกลาโหมและกองทัพ เพื่อให้สถาบันทหารมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลพลเรือนตามหลักสากล คณะกรรมาธิการฯ ชุดปัจจุบันได้ขับเคลื่อนการปฏิรูปสถาบันทหารในหลายมิติ โดยมีวาระสำคัญ เช่น การควบคุมโดยรัฐบาลพลเรือน การปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณและธุรกิจนอกงบประมาณของกองทัพให้เกิดความโปร่งใส
นายไตรสรณคมน์ หนองเรือง (เลขาดำ) รับบทบาทใหม่ในสภาฯ ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร สะท้อนความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทำหน้าที่ เพื่อประเทศชาติและประชาชน นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวมุกดาหาร เมื่อ นายไตรสรณคมน์ หนองเรือง หรือที่ชาวมุกดาหารทราบกันดีในนาม เลขาดำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคกล้าธรรม เขต 2 จังหวัดมุกดาหาร ได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 การได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นบทบาทสำคัญในการร่วมพิจารณา ศึกษา และติดตามประเด็นด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ ตลอดจนการพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนและมีผลต่ออนาคตของประเทศโดยตรง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา "เลขาดำ" เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รับฟังปัญหาของประชาชน และผลักดันประเด็นต่าง ๆ ของชาวมุกดาหารเข้าสู่เวทีสภาผู้แทนราษฎรอย่างสม่ำเสมอ การได้รับตำแหน่งในคณะกรรมาธิการการทหารครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้นำประสบการณ์จากพื้นที่ไปสะท้อนและผลักดันการทำงานในระดับนโยบายมากยิ่งขึ้นในยุคที่ประเทศกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง การมีผู้แทนราษฎรที่พร้อมเรียนรู้ กล้าทำงาน และทุ่มเทให้กับภารกิจของชาติ ย่อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า








