“กมธ.ติดตามงบประมาณ” เดินหน้าชนโครงการบิ๊กโปรเจกต์กระทรวงดีอี "รักชนก ศรีนอก" เผย "ไชยชนก" อ้างติดภารกิจต่างประเทศ ไม่มาแจงงบ "TH-AI Passport" 3 ครั้งติด ตั้งคำถามเลื่อนลงทะเบียนประชาชน แต่อินฟลูเอนเซอร์ได้ใช้ก่อน ส่อพิรุธเอื้อเอกชนตั้งแต่ก่อน TOR เสร็จ ขณะที่โครงการเรียนออนไลน์ NDLP ของ สพฐ. ปิดเงียบ ไม่ส่งรายชื่อที่ปรึกษา 500 คน ให้ตรวจสอบ
วันที่ 16 ก.ค. 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในการประชุม กมธ.วันนี้ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รวมถึงปลัดกระทรวงฯ เข้ามาชี้แจง แต่กลับได้รับแจ้งว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ติดภารกิจที่ต่างประเทศ ไม่สามารถมาชี้แจงได้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่ กมธ. ไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐมนตรี ทั้งที่ทราบข้อมูลมาว่า โครงการนี้ได้เปิดให้กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์สายเทคโนโลยีและผู้ที่สนใจบางกลุ่มได้ทดลองใช้งานไปล่วงหน้าแล้ว ซึ่งโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเดิมมีกำหนดเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในการเปิดระบบ ทาง กมธ. จึงต้องเข้ามาตรวจสอบและสอบถามถึงรายละเอียดการแก้ไขสัญญา รวมถึงเกณฑ์การคำนวณงบประมาณ เนื่องจากพบข้อสงสัยหลายประการเกี่ยวกับข้อมูลที่ตัวแทน บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด เคยชี้แจงไว้
น.ส.รักชนก กล่าวว่า ทางตัวแทนบริษัทเคยให้สัมภาษณ์ว่าอุปกรณ์ประเภทจอแสดงผลมีมูลค่าประมาณ 9 แสนบาท แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่พยายามสื่อสารต่อสาธารณชน เพราะแม้จะอ้างว่ามูลค่าเพียง 9 แสนบาท แต่จอนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่สามารถใช้ล็อกตัวผู้ชนะการประมูลได้ และจากการคำนวณตามหลักธุรกิจและข้อกำหนดในโครงการ พบว่าสเปคของจอแสดงผลดังกล่าวควรจะมีมูลค่าจริงสูงถึง 9 ล้านบาท ไม่ใช่ 9 แสนบาทอย่างที่บริษัทแอบอ้าง
"เราอยากจะย้ำความสำคัญอีกครั้งว่า แน่นอนว่าฉากหน้าหรือฟีเจอร์ของโครงการ TH-AI Passport อาจจะดูดี ดูสมเหตุสมผล การที่ประชาชนได้ใช้ AI ฟรีเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่เราต้องโฟกัสจริงๆ คือเรื่องการล็อกสเปค และกรณีที่บริษัทเอกชนถูกตั้งข้อสังเกตว่าได้เข้ามาดำเนินโครงการนี้ ก่อนที่ TOR (ข้อกำหนดขอบเขตงาน) จะเสร็จสิ้นเสียด้วยซ้ำ" น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก ยังเปิดเผยว่า กมธ. กำลังพิจารณา โครงการดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติ (NDLP) ซึ่งพบความผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากมีการว่าจ้างที่ปรึกษามากถึงเกือบ 500 คน แต่ผลลัพธ์ของโครงการกลับได้มาเพียงแพลตฟอร์มการเรียนรู้และเนื้อหา (Content) ประมาณ 5,000 คอนเทนต์เท่านั้น ซึ่งไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ ทาง กมธ. จึงได้ทำหนังสือขอรายชื่อที่ปรึกษาทั้งหมดจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะผู้ว่าจ้าง รวมถึงขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับความร่วมมือ และไม่มีการส่งรายชื่อดังกล่าวมาให้ กมธ. ตรวจสอบ ทั้งที่ สพฐ. เป็นเจ้าของงบประมาณและผู้ว่าจ้างโดยตรง ย่อมต้องมีข้อมูลและสามารถส่งให้ตรวจสอบได้ทันที
เมื่อถามถึงจุดยืนของรัฐบาลที่จะเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อไป กมธ. จะมีแนวทางการทำงานอย่างไร น.ส.รักชนก กล่าวว่า "เป้าหมายสูงสุดของเราคืออยากให้ยกเลิกโครงการ แต่สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือ การควบคุมและผลักดันให้โครงการนี้เกิดความคุ้มค่าต่อภาษีประชาชนมากที่สุด การเลื่อนลงทะเบียนสะท้อนว่า โครงการถูกออกแบบมาโดยขาดความรอบคอบตั้งแต่แรก หรือตั้งใจทำให้ไม่คุ้มค่าและไม่โปร่งใสหรือไม่ ซึ่งหากเรื่องนี้ไม่ถูกขุดคุ้ยเป็นข่าวขึ้นมา ทางผู้เกี่ยวข้องก็คงปล่อยเลยตามเลย กินอิ่มนอนหลับแล้วก็กอบโกยกันฉ่ำเลยหรือไม่" น.ส.รักชนก กล่าว








