“ประธาน กมธ.ป.ป.ช.” สภาฯ เผยความคืบหน้ากรณีโกงสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พบพิรุธไฟล์คะแนนไม่ตรงกระดาษคำตอบกว่า 5,800 ราย จี้หน่วยงานรัฐเร่งเพิกถอนสิทธิ พร้อมเตรียมขยายผลร่วมกับ ป.ป.ช. DSI และกองปราบฯ สัปดาห์หน้า เล็งรื้อคะแนนผู้เข้าสอบทั้งหมด 3 แสนราย เพื่อคืนความธรรมให้คนสอบสุจริต
วันที่ 16 ก.ค.2569 เวลา 09.45 น.ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง ว่า ในสัปดาห์นี้ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญ 4 หน่วยงานหลักเข้าชี้แจง ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.), คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.), สำนักงานศาลปกครอง และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า จากผลการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทย (มท.) พบพฤติการณ์ชัดเจนว่าคะแนนสอบภาค ก และ ภาค ข ของผู้สอบผ่านจำนวนกว่า 5,800 ราย ไม่ตรงกับคะแนนดิบในกระดาษคำตอบ ทาง กมธ.ป.ป.ช. จึงตั้งคำถามไปยัง กสถ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงว่า เหตุใดจึงยังนิ่งเฉยและไม่มีคำสั่งเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่ทุจริตเหล่านี้ออกจากการรับราชการ ทั้งที่ปัจจุบันคนกลุ่มนี้ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว โดยทางประธาน กสถ. ได้ชี้แจงว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดใหญ่ในสัปดาห์หน้า เพื่อนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ทาง กมธ. ยังได้เชิญเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองมาให้ความเห็นทางข้อกฎหมาย โดยเปรียบเทียบกับคดีบรรทัดฐานในปี พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2566 ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยสั่งเพิกถอนรายชื่อผู้ทุจริตสอบท้องถิ่นที่จังหวัดมหาสารคามในลักษณะเดียวกัน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการเพิกถอนรายชื่อกลุ่มผู้ทุจริต 5,800 รายนี้ ป้องกันปัญหาการฟ้องร้องกลับในภายหลัง
เมื่อถามว่าพบข้อพิรุธเกี่ยวกับขั้นตอนการประกาศผลสอบ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างข้อมูลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ในฐานะผู้รับจ้างจัดสอบ โดยพบว่าหลังจาก มสว. ตรวจข้อสอบเสร็จและบันทึกไฟล์ลงใน Flash Drive ส่งมอบให้ สถ. เก็บรักษาในตู้เซฟแล้ว กลับมีการนำ Flash Drive ดังกล่าวออกมาส่งคืนให้ มสว. เพื่อประทับตรารับรองของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในข้อตกลงขอบเขตของงาน (TOR) แต่เป็นคำขอร้องจาก สถ.
“กระบวนการช่วงนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นช่องโหว่ให้มีการแก้ไขไฟล์ข้อมูลคะแนน เนื่องจากผลการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่ใช้ประกาศบนเว็บไซต์มีคะแนนไม่ตรงกับไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบต้นฉบับ อย่างไรก็ตาม ทาง มศว. ยืนยันว่าระบบมีการบันทึก Digital Signature ทุกครั้งที่มีการเข้าถึงหรือแก้ไขไฟล์ ซึ่งหลักฐานสำคัญชิ้นนี้ปัจจุบันอยู่ในมือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียบร้อยแล้ว”นายอาสพลธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า หากมีการเพิกถอนผู้ทุจริต 5,800 รายแล้ว จะมั่นใจได้อย่างไรว่าบัญชีสำรองที่มีอยู่ประมาณ 50,000 ราย จะมีความโปร่งใสและไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเห็นว่าควรต้องดำเนินการตรวจสอบกระดาษคำตอบ และไล่เรียงลำดับคะแนนใหม่ทั้งหมดของผู้เข้าสอบทั้ง 300,000 กว่าราย ไม่ใช่เพียงแค่การเลื่อนบัญชีสำรองขึ้นมา เพราะผู้เข้าสอบอีกกว่า 200,000 รายที่สอบด้วยความสุจริตอาจได้คะแนนสูงกว่าคนในบัญชีสำรองที่ถูกแก้ไขข้อมูล ซึ่งกระบวนการนี้จะใช้เวลามากน้อยเพียงใด ทาง กมธ. จะเร่งซักถามผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อไป
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า การปราบปรามทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากและได้ตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษที่มีรองนายกรัฐมนตรี (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมร่วมเป็นกรรมการ เนื่องจากพบข้อกังขาจำนวนมากจากการสอบสวนรอบแรกของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กมธ.ป.ป.ช. จะมีมติเชิญหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ ได้แก่ ป.ป.ช., ป.ป.ท., DSI และกองบังคับการปราบปราม มาร่วมประชุมเพื่อบูรณาการข้อมูล โดยเฉพาะการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานจากผู้เสียหายกลุ่มที่ “จ่ายเงินแล้วสอบไม่ผ่าน” ซึ่งได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ตามสถานีตำรวจต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อนำมาแกะรอยและขยายผลจากระดับล่างขึ้นสู่ระดับบน ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงกว่าอธิบดี หากมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงขบวนการทุจริตนี้ จะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น








