บรรยากาศการใช้บริการใช้สิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อุดรสุดคึกคัก ชาวบ้านแห่ใช้สิทธิยิ้มแก้มปริ บอกโครงการดีหลายๆ ส่วนร้านค้าก็พลอยได้รับอานิสงไปด้วย ชาวบ้านบอกขอบคุณรัฐบาลหลายๆ เด้อ
วันที่ 1 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศวันแรกของการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” 60 40 ในส่วนของจ.อุดรธานีเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อยและร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งมีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า อย่างเช่นที่ร้านน้องส้มมินิมาร์ทบ้านเชียง ผู้เฒ่าผู้แก่แห่มาใช้บริการตั้งแต่เช้าร้านเปิดหกโมงเช้า ต่างพากันถือบัตรประชาชน มาสแกนหน้าเพื่อใช้สิทธิซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคกัน ส่วนที่ตลาดสดบ้านดุง ชาวบ้านเดินทางมาใช้บริการโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60 40 ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาล ชาวบ้านรายหนึ่งบอกว่า ดีใจหลายช่วยชาวบ้านได้เยอะไม่ต้องจ่ายเต็มจำนวน ขอบคุณรัฐบาลหลายๆ เด้อ ป้าพูดไปก็แย้มไม่หุบ
ส่วนที่ที่ร้าน “ชงกา” ร้านกาแฟรถเข็นบริเวณหลังสี่แยกหลังเรือนจำ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี พบว่ามีลูกค้าทั้งขาประจำและลูกค้าใหม่เดินทางมาใช้สิทธิ์ผ่านโครงการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายกลับมาคึกคัก สร้างความหวังให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงที่กำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
นายอดิเทพ ดวงชาญ หรือ “โฟสต์” อายุ 21 ปี พนักงานประจำร้านชงกา เปิดเผยว่า แม้ในบางวันบรรยากาศการค้าขายจะค่อนข้างเงียบเหงา แต่ยังคงมีลูกค้าทยอยเข้ามาอุดหนุนเป็นระยะตลอดทั้งวัน ทำให้ร้านยังมีรายได้หมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันแรกของโครงการไทยช่วยไทย พบว่ามีประชาชนให้ความสนใจออกมาใช้สิทธิ์มากกว่าปกติ
“มองว่าโครงการนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงจุด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายเล็กมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน” นายอดิเทพ กล่าว
พร้อมกันนี้ยังเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์และร่วมอุดหนุนร้านค้าในชุมชน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในท้องถิ่น โดยร้าน “ชงกา” เปิดให้บริการ 2 สาขา ได้แก่ สาขาหลังเรือนจำ และสาขาหนองประจักษ์ ซึ่งเข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ และพร้อมให้บริการประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ์ตามโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ ทั้งนี้ หลายร้านค้าในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีต่างคาดหวังว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชน และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับชุมชนในช่วงครึ่งปีหลังนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม








