"นายกฯ อนุทิน" เปิดงานประเพณีผีตาโขน ประจำปี 2569 ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ย้ำเป็นมรดกวัฒนธรรมล้ำค่าที่เลียนแบบไม่ได้ เปรียบเป็น “หุ้นปันผลตลอดชีพ” พร้อมชวนประชาชนใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” คาดกระตุ้นเงินสะพัดในพื้นที่กว่า 188 ล้านบาท
วันที่ 21 มิ.ย.2569 ที่จังหวัดเลย: นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2569” ณ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่นท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมประเพณีผีตาโขนว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวจังหวัดเลยที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนถึงความเชื่อ ความศรัทธา ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค่าที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่หรือเลียนแบบได้ง่าย แม้ในยุคปัจจุบันที่โลกจะเต็มไปด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมก็ตาม
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้แบ่งปันประสบการณ์จากการเดินทางกลับจากการประชุมที่ประเทศรัสเซีย โดยระบุว่า ทุกประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองผ่านวัฒนธรรม เช่นเดียวกับประเทศไทยที่มี “ผีตาโขน” เป็น Soft Power เอกลักษณ์โดดเด่นระดับโลก และเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะชาวจังหวัดเลย
“ผีตาโขนไม่ใช่เพียงแค่เทศกาลแห่งความสนุกสนาน แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นทรัพย์สินของชุมชนที่สามารถสร้างรายได้และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าเปรียบเป็นหุ้น ก็คือหุ้นที่จ่ายเงินปันผลให้ชุมชนอยู่ตลอดเวลา” นายกรัฐมนตรี กล่าวเปรียบเปรย
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมใช้สิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยย้ำว่าเทศกาลผีตาโขนปีนี้จะช่วยให้เงินหมุนเวียนในอำเภอด่านซ้ายเพิ่มขึ้นถึง 5-6 เท่า เนื่องจากประชาชนสามารถใช้สิทธิซื้อสินค้าและบริการภายในงานได้อย่างเต็มที่
“กลไกของโครงการนี้คือ ผู้ซื้อจ่ายน้อยลง แต่ผู้ขายได้รับเงินเต็มจำนวนเพราะมีรัฐบาลช่วยสมทบทุน ซึ่งจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในชุมชนอย่างแท้จริง พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการท้องถิ่นจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก”
นายอนุทินยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยการขอให้คนไทยร่วมใจกันอุดหนุนสินค้าไทย ใช้ของไทย และท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งการที่คนไทยช่วยกันจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ นอกจากจะทำให้ชุมชนเติบโตแล้ว ยังเป็นการสร้างความพร้อมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางตามมาในอนาคตอีกด้วย
สำหรับ “งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน” ถือเป็นประเพณีที่รวมงานบุญผะเหวด (บุญมหาชาติ) และงานบุญบั้งไฟเข้าด้วยกัน โดยมีรากฐานมาจากความเชื่อเรื่องพระเวสสันดรชาดก จนกลายเป็นเทศกาลวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ
ทางจังหวัดเลยคาดการณ์ว่า ในปี 2569 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาร่วมงานนับแสนคน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นมากกว่า 188 ล้านบาท ช่วยตอกย้ำบทบาทของจังหวัดเลยในฐานะเมืองแห่งวัฒนธรรม ความศรัทธา และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน








