วันที่ 23 มิ.ย.68 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ใน Business Tomorrow หัวข้อ "เกมนี้...อย่าประมาทจีนเด็ดขาด ? " โดยในช่วงหนึ่ง รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวถึงความวิตกกังวลของสหรัฐอเมริกาต่อการก้าวขึ้นมาของจีน มีใจความสรุปว่า ในปัจจุบัน สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับภาวะความตื่นตระหนกจากการที่จีนก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญในหลายด้าน จีนไม่เพียงแต่ไล่ตามอเมริกามาอย่างกระชั้นชิด แต่ในบางเรื่องยังรุดหน้าไปไกลกว่าเดิม เช่น ขนาดของกองทัพเรือที่มีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐฯ รวมถึงความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมหลายประเภทที่จีนสามารถคิดค้นนวัตกรรมได้เองจนยากจะควบคุม แม้ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจะมองว่าในภาพรวมจีนยังไม่สามารถเอาชนะสหรัฐฯ ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ความใกล้เคียงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้สังคมอเมริกันเกิดความตื่นตัวจนถึงขั้นตื่นตระหนก บางคนถึงกับเสียศูนย์หรือสูญเสียความเชื่อมั่นในนโยบายเดิมไปเลย
ความย้อนแย้งและผลกระทบทางสังคม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีความย้อนแย้งในตัวเอง เพราะในขณะที่สหรัฐฯ ตื่นตระหนกต่อการเติบโตของจีน แต่สหรัฐฯ เองก็ยังคงต้องพึ่งพาการค้าขายกับจีนอยู่ ความตื่นตระหนกนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในระดับนโยบาย แต่ได้ลุกลามไปถึงระดับบุคคลและสร้างความคับแค้นใจในหมู่ชาวอเมริกันที่รู้สึกว่าถูกชาวต่างชาติเข้ามาแย่งงาน
แหล่งข้อมูลได้ยกตัวอย่างกรณีของ "ลุงวิชา" อดีตข้าราชการไทยที่เกษียณอายุไปเลี้ยงหลานที่สหรัฐฯ แต่กลับถูกทำร้ายจนเสียชีวิต แม้ศาลจะตัดสินว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องผิวสี แต่คนทั่วไปต่างมองว่าเป็นผลมาจากความตื่นตระหนกและความแค้นใจเรื่องการถูกแย่งงานที่ฝังรากลึกในทุกระดับของสังคม
นัยทางการเมืองและจุดยืนของประชาชน ความรู้สึกเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาลที่ทำให้คะแนนเสียงเทไปที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้มีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านต่างด้าว ไม่ต้องการจีน และเริ่มขยายวงกว้างไปถึงการไม่ต้องการพันธมิตรอย่างนาโต้ (NATO)
ที่น่าสนใจคนอเมริกันกลุ่มนี้ยังคงสนับสนุนทรัมป์อย่างเหนียวแน่น แม้ว่าคนส่วนใหญ่ (กว่า 60%) จะระบุว่าไม่ชอบสงคราม และไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังรุนแรง มีเพียงประมาณกว่า 30% เท่านั้นที่สนับสนุนการทำสงคราม แต่ถึงกระนั้น เสียงส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกที่จะสนับสนุนแนวทางของทรัมป์ต่อไป








