คืบหน้า จ่าทหารชายแดน ร้องกันจอมพลัง ถูกสาวหลอก โอละพ่อ สาวยันไม่ไหลอก ถูกวางแผนกับเมียหลวง เรียกเงิน 1 ล้านเพื่ออย่าให้มาอยู่ด้วยกัน พอรู้ทันก็ไปแจ้งกันจอมพลัง
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรยางานว่า หลังจ่าทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ไปหากัน จอมพลัง ว่า โดนหลอกแต่งงานและหลอกเอาทรัพย์สิน พร้อมกับอ้างว่าตั้งท้องแล้วแท้ง และหลอกลุงทุนทองคำเกือบ 3 แสน ตามที่กัน จอมพลังลงในเพจ ขณะนี้
ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปสอบถามข้อเท็จจริงกับหญิงคนดังกล่าว ทราบชื่อเล่นว่าฝน ชาว ต.จีกแดก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งไม่พบว่าอยู่บ้าน เนื่องจากไปทำธุระที่ จ.กาญจนบุรี พบเพียงแม่ของน้องฝน สาวคู่กรณีจ่าทหารชายแดนคนดังกล่าว โดยแม่ของน้องฝน เปิดเผยว่า ตนเห็นคลิปเสียงของจ่าทหารคนดังกล่าว ตนก็อยากจะพูดบ้าง ว่าบางเรื่องไม่ใช่เรื่องจริง ที่ผ่านมา จ่าคนดังกล่าว ได้มาขอแต่งงานกับพ่อกำนัน และบอกให้ดูใจกันไปเรื่อยๆก่อนค่อยแต่ง แต่จ่านุไม่ยอม บอกว่าขอแต่งและรีบแต่ง จ่านุบอกว่าไม่มีเมียแยกทางกันกับเมีย แต่แล้วมันไม่ใช่ มันมีทะเบียนสมรส แล้วจะหาว่าทางนี้เป็นฝ่ายหลอก ก็ไม่รู้จะพูดยังไง มันไม่ตรงประเด็น เราก็ไม่รู้ว่าเขามีเมีย ตอนมาขอบอกไม่มีเมีย พ่อกำนันไม่ตกลง แต่แม่บอกว่าถ้าไม่มีเมีย ไม่ติดขัด ก็ตกลงคนเดียว พ่อกำนันไม่ตกลง ส่วนเรื่องสินสอด เขาให้ตน จำนวนแสนสองหมื่น ส่วนทองบอกว่า ให้กับภรรยาเขา 3 บาท แต่เป็นเงินซื้อทองร่วมกัน ที่เขาโอนเงินให้ภรรยาคือลูกสาวของตน ทีนี้ไม่มีทองจึงไปยืมทองอามา 3 บาท เพราะเงินที่ลงทุนทอง อยู่ที่เงินลงทุนทองไปแล้ว ที่ว่าจะให้ภรรยา คือได้ไปยืมที่อามา 3 บาท มาใส่ คนที่มาร่วมงานก็เห็นด้วยกันทั้งหมด ส่วนเรื่องที่ว่าท้อง เขาก็ไปด้วยกัน มีที่ตรวจ คือความจริง ยืนยันว่าท้อง
ส่วนเรื่องออกรถตนไม่รู้กับเขา เขาไปกันสองคนตนไม่รู้ วันที่ลูกเขาบอกแม่ บอกว่ายืมรถแม่ก่อน นายร้อยค่ายเดียวกันยืมขนของกลับบ้านพูดกันทั้งสองผัวเมียเขานั่นแหละ แต่ที่จริงมารู้ทีหลังว่าไม่ใช่ เขาว่ารถหาย ลูกเขยพูดว่าหัวหน้าแกนั่นแหละยืมขนของกลับบ้าน เลยบอกพ่อกำนันว่า ให้เขาใช้รถไปก่อน เพราะว่าลูกเขยเขาให้เพื่อนยืมรถขนของไป วันหลังมาว่ารถหาย ก็ไม่รู้กับเขา ตลอดเวลาที่แต่งงานก็มาอยู่ที่นี่ พึ่งกลับฐานตอนที่เขาให้กลับ หลังจากที่สู้รบจบ ก็กลับไปอยู่ที่เมืองกาญ หลังจากแต่งเสร็จแล้วก้พึ่งรู้ว่าจ่ามีเมียแล้ว ประมาณเดือนกว่าๆหลังแต่ง รู้สึกเสียใจ เขาบอกว่าเขาไม่มีเมีย เขาบอกว่าเขาแยกทางกันนานแล้ว ไม่ได้ติดต่ออะไรกันเลย อยากบอกกับจ่า ว่า แม่เสียใจมาก ที่บอกว่ารักพ่อรักแม่ ไม่เคยมาหลอกลวงพ่อแม่ แต่วันนี้มันไม่ใช่ เขาบอกว่าจะไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ เรื่องของผัวเมียเขา แต่ต้องมาเดือดร้อนถึงเราที่ต้องมาทุกข์ใจด้วย
ด้านน้องฝน เปิดเผยมางโทรศัพท์ว่า เรื่องการท้อง ตนยืนยันว่าท้องจริง มีเอกสารหลักฐานจาก รพ.รวมแพทย์ ถึงการตรวจว่าท้อง ก่อนหน้านี้เคยรู้ว่าเคยมีเมียมีลูก แต่ว่าเขาบอกว่าเขาแยกกันอยู่ไปแล้ว วันแต่งานนายเขาก็มาด้วย สี่ห้าคน ลูกพี่เขา พ่อแม่ถามลูกพี่เขา ลุกพี่เขาก็บอกว่า ไม่เห็นนานน่าจะแยกกันอยู่แล้ว ประมาณนี้ จนงานแต่งเสร็จพ่อกับแม่ก็เอาข้าวไปให้ทหารที่วัด ก็มีจ่าคนหนึ่ง ชี้หน้าด่าแม่หนู ว่า ไม่รู้หรือว่าเขามีเมีย ทำไมให้ลูกเอา ประมาณนี้ แม่ก็กลับบ้านมาตอนเย็น มาถามตนว่าทหารบอกแบบนี้ ว่าจริงไหม จ่าที่เป็นแฟนหนูก็ตื่นเช้ามาบอกกับแม่ตนว่า ไม่จริงน่ะแม่ เขาพูดไปเรื่อย ส่วนกรณีที่ว่าตนหลอกให้เขาสแกนหน้ายกเลิกบัตร ตอนแรกเขาก็รู้ว่าสแกนหน้าเพื่อทำอะไร เพราะมันไม่มีเครดิตเพื่อออกรถ ตอนแรก แต่รอบสองตนเป้นคนกดเองตนยอมรับว่าเป็นคนกดเอง หนูกดออกมาหนูก็จะเอาเงินหนูคืนที่เสียไป เสียไปมากกว่านั้น ไม่ว่าค่าที่ย้ายมาอยู่ที่นี่หรืออะไรทั้งสิ้น ครบทุกอย่าง เพราะตั้งแต่คบกันมาบาทหนึ่งสลึงหนึ่งเขาไม่เคยให้หนูใช้ อย่าไปรวมกับเงินที่ให้หนูมาซื้อทอง เพราะเขาต้องให้ตนอยู่แล้ว เพราะเขาค้างทองตั้งแต่แต่งงาน ส่วนกรณีที่ว่าตนเป็นคนเกลี้ยกล่อมให้เขาไปถอนแจ้งความ ไม่ใช่เรื่องจริง ตอนแรกเขากลัวเขาติดคึก เขาจะไปถอนแจ้งความ ตอนแรกจะเอายังไงกันก็พูดกันแล้ว ไม่มีทางเกลี้ยกล่อมที่จะให้เขาไปถอนแจ้งงความเลย ตนมีแช๊ทอยู่ ตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเกลี้ยกล่อมให้ถอนแจ้งความ มีแต่หารือปรึกษาทนาย ไหนก็แจ้งความไม่แจ้งความก็ต้องจ่ายงวดรถไปอยู่แล้ว
น้องฝน กล่าวอีกว่า เห็นเขาออกมาสัมภาษณ์ ความจริงเป็นยังไงเราก็รู้ๆกันอยู่ ที่ผ่านมาเขาก็รู้ว่า เขาไม่เคยให้ค่าใช้จ่ายหนูสักบาทเลย ตนรับผิดชอบให้เขาทั้งหมด แม้แต่งานแต่ง หนูก็ยังเป็นคนเพิ่มให้ ตนไม่เคยถามเขาที่ผ่านมา ทองยังค้างตนอยู่เลย จนมาถึงวันนี้ที่หนูต้องห่าง เพราะว่าหนูดีกับเขาทุกอย่าง ข้าวหนูไม่เคยให้เขากินของไม่ดีเลย เสื้อผ้าเขาไม่มีไม่มีใส่ ตนก็ซื้อให้ ลูกเขาเสื้อผ้าไม่มีตนก็ซื้อให้ก็ไม่เป็นไร ตามนั้น เราก็รู้อยู่แก่ใจตัวเอง ที่ผ่านมาตนรักเขามาก ไม่เคยคิดจะเลิกกับเขา แม้กระทั่งเขาไปอยู่กับลูกกับเมีย ตนเปิดประตูบ้านรอทุกวัน จะมาตอนไหนก็มา บางครั้งเขาบอกว่า เขาจะมาเอาข้าว ตนก็ทำกับข้าวไว้ให้เขา เขาไม่เข้ามาข้าวก็บูด ก็ไม่เป็นไร ก็แล้วแต่ใจเขาที่ผ่านมาเขาอยากมาตอนไหนก็มา พึ่งมีสามวันที่ไม่คุยกับเขา ที่ผ่านมาเราคุยกันตลอด ส่วนคนที่ยืมรถตอนนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้ เป็นชื่อจ่า ตนก็รับผิดชอบให้มาตลอดเพราะว่า จะให้เขามาจ่ายก็ไม่ใช่ เพราะเป็นความผิดของเราด้วย เราเป็นผัวเป็นเมียกันมันก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว ถ้าเราจะมานับอันนั้นห้าบาทก็ช่วยมึงไปอันนี้สิบบาทกูช่วยมึงไป เขาก็ไม่เรียกว่าผัวเมีย มันเป็นความผิดของเราด้วย เหมือนลงทุนอ้อย เก้าหมื่นที่เขาช่วยตน ก็คุยกันว่าตัดอ้อยค่อยเอาน่ะ เราคุยกันตลอด คุยกันทุกเรื่องจะมาเป็นแบบนี้ได้ไงตนก็ไม่เข้าใจ ก่อนที่จะแตกหักที่ตนจะไม่เอาเลย ก็คือ เขารวมหัวกับเมียเขาเพื่อที่จะขอเงินตน พอเขารู้ว่าตนทอบ เขาก้บอกว่าเมียเขาจะเอาล้านหนึ่ง เพื่อจะอย่าให้เขามาอยู่กับเรา พอตนจับได้ไล่ทัน ตนก็เลยว่าพากันหลอกตนทำไม ตนไม่มีเงินให้หรอกบ้านนึง เขาก็เลยเป็นแบบนี้ ตนไม่คิดจะกลับไปอยู่ด้วยแล้ว จะขนของกลับบ้าน เพราะตนอยู่คนเดียว รอมาเป็นเดือนแล้ว วันนั้นแม่ก็ขึ้นมาเยี่ยม แม่ก็บอกว่าทำไมไม่กลับบ้าน ตนรอเผื่อเขาเข้ามาตลอดเวลาเขาอยากมาเขาก็มา อะไรประมาณนี้ เขาก็ได้อยู่กับเมียเขาแล้ว เขาก็น่าจะปรึกษากัน ถ้าคิดว่าตนหลอกหรือเขาโดน แล้วถ้าไม่เอาตนจริงๆพาตนไกลอะไรขนาดนี้ ตนยืนยันว่าไม่ได้หลอก รถก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียสักบาท เช็คได้ เงินที่ใช้อยู่ตอนนี้ก็เป็นเงินที่เขามาไถ่นากับแม่สามอสน แม่ให้ตนมา มีรูปถ่ายมีอะไรหมด มีวันที่เขาไถ่สวนไถ่อะไรหมดก่อนที่จะขึ้นมาอยู่ที่เมืองกาญ
ภูมิภาค62








