วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่หอประชุมอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ได้มีการจัดกิจกรรม “ตลาดไทยช่วยไทย พาณิชย์รถพุ่มพวง สินค้าราคาถูก ลดค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชน” ซึ่งในวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของโครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาลในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน
ภายในงานมีพันจ่าเอกสุวิน ห้องแซง นายอำเภอรัตนบุรี เป็นประธานกล่าวปิดโครงการ พร้อมด้วย นางสาวพรสุดา บุรีรัตน์ ผู้ช่วย ส.ส.สุรีย์ ธัมมาตร ร่วมกิจกรรม และเปิดการแข่งขันเต้นแอโรบิก ซึ่งมีทีมตัวแทนจากตำบลต่าง ๆ ส่งเข้าร่วมแข่งขันรวม 9 ทีม สร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับบรรยากาศส่งท้ายโครงการเป็นอย่างมาก บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากเดินทางมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด รวมถึงสินค้าพื้นบ้าน ภายในและบริเวณรอบหอประชุมอำเภอรัตนบุรี
ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย” เป็นโครงการที่นำสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกไปกระจายจำหน่ายให้ประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและลดค่าครองชีพ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพ กรมการปกครองจึงร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ Makro, Lotus’s, Big C, Tops และ GO Wholesale นำสินค้า “ไทยช่วยไทย” มาจัดจำหน่าย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาประหยัด โดยมีสินค้าร่วมรายการมากกว่า 3,000 รายการ และลดราคาสูงสุดกว่า 58 เปอร์เซ็นต์
สำหรับอำเภอรัตนบุรี ได้ร่วมกับ Lotus’s Go Fresh ซูเปอร์มาร์เก็ต รัตนบุรี จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอรัตนบุรี โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐาน ทั้งผัก ผลไม้ อาหารพื้นบ้าน และสินค้าใช้ในชีวิตประจำวัน มาจำหน่ายให้ประชาชนเลือกซื้อ
นอกจากนี้ ยังมีการนำผลิตภัณฑ์ชุมชนและสินค้า OTOP ของผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) มาร่วมจำหน่าย เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่นและเพิ่มโอกาสทางการตลาด ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจัดขึ้นทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป และในวันสุดท้ายนี้ บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน และได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดกิจกรรมในเวลา 16.00 น.








