ทวงหนี้เดือด! สาววัย 44 ถูกแทงดับกลางโรงไม้แปรรูป หลังเปิดศึกปากเสียงลูกหนี้ ตำรวจท่าแซะรวบทันควัน
วันที่ 27 พ.ค.69 เกิดเหตุสลดกลางพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อหญิงวัย 44 ปี ถูกแทงเข้าหน้าอกเสียชีวิตภายในที่ทำงาน ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจ สภ.ท่าแซะ เร่งปิดล้อมพื้นที่ก่อนตามรวบผู้ก่อเหตุได้ทันควัน พร้อมตรวจยึดมีดปลายแหลมที่ใช้ก่อเหตุและเสื้อผ้าขณะลงมือ
เบื้องต้น ผู้ต้องหาเป็นหญิงวัย 39 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ถูกแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” หลังเจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญหลายรายการภายในจุดเกิดเหตุ
เหตุการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 26 พ.ค.69 พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สั่งการให้ พ.ต.ท.สามารถ แท่นอินทร์ สว.(สอบสวน) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และกำลังสายตรวจรถยนต์ (20) เข้าตรวจสอบเหตุทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต ภายในพื้นที่โรงไม้แปรรูป ตั้งอยู่หมู่ 9 ต.ท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ น.ส.ฐิติรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาว ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่ภายในที่ทำงาน โดยพบบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณหน้าอกด้านซ้าย จำนวน 1 แผล
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว น.ส.อรนุช หรือ “อร” อายุ 39 ปี ชาว อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ไว้ได้ทันที พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย”
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางสำคัญ เป็นมีดปลายแหลมยาวประมาณ 14 นิ้ว จำนวน 1 เล่ม ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ โดยพบซุกซ่อนอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ รวมถึงเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใส่ในวันเกิดเหตุ ได้แก่ กางเกงขาสั้นสีเขียวแบบยางยืด และเสื้อกล้ามสีเทา เพื่อนำส่งตรวจประกอบสำนวนคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหาทำงานอยู่ในสถานที่เดียวกัน ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ฐิติรัตน์ ผู้เสียชีวิต ได้เข้าไปทวงเงินจาก น.ส.อรนุช ซึ่งเป็นลูกหนี้ จนเกิดมีปากเสียงโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ระหว่างนั้น น.ส.อรนุช ได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงเข้าไปบริเวณใต้ราวนมด้านซ้ายของผู้เสียชีวิตอย่างแรง ทำให้ น.ส.ฐิติรัตน์ พยายามวิ่งหนีตายออกมาจากจุดเกิดเหตุ แต่ไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ล้มฟุบและเสียชีวิตลงภายในที่ทำงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
เบื้องต้น ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อสรุปสาเหตุและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนร่วมงานและชาวบ้านในพื้นที่ที่ทราบข่าวเหตุสลดครั้งนี้








