ชาวบ้านชุมพร ตั้งข้อสงสัยกรณีสนามชนไก่เปิดเล่นวันธรรมดาต่อเนื่อง โดยมีการอ้างใช้ช่องกฎหมาย “งานประเพณี” อนุญาตหมุนเวียนสนามทุกวัน จนถูกวิจารณ์ว่าใกล้เคียงธุรกิจพนันเต็มรูปแบบ ขณะสังคมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐชี้แจงข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์การอนุญาต
จากกรณีกระแสร้องเรียนการเปิดสนามชนไก่ในวันธรรมดา จนสังคมตั้งคำถามว่า “กฎหมายมีไว้ใช้หรือมีไว้โชว์” ล่าสุดสถานการณ์เริ่มร้อนแรงขึ้นอีก เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าศาลากลางจังหวัดชุมพร เพื่อขอคำชี้แจงจากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ปลัดจังหวัด และจ่าจังหวัด เกี่ยวกับแนวทางการอนุญาตให้เปิดชนไก่ในวันจันทร์ถึงศุกร์
แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดทั้งหมดติดภารกิจเดินทางไปทำกิจกรรมจิตอาสานอกพื้นที่ ทำให้ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อกระแสข้อสงสัยของสังคมในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการติดตามข้อมูล ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวภายในที่น่าเชื่อถือ ระบุว่า การเปิดสนามชนไก่ในวันธรรมดาหลายพื้นที่ของจังหวัดชุมพรนั้น มีการอ้างอิง “ข้อกฎหมายกรณีพิเศษ” ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการพนันชนไก่ หมวด 3 ข้อ 14 ซึ่งเปิดช่องให้สามารถอนุญาตจัดให้มีการเล่นพนันชนไก่เป็นกรณีพิเศษได้
โดยใช้แนวทางให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองในแต่ละอำเภอ ใช้ดุลพินิจออกใบอนุญาต ภายใต้เงื่อนไขว่าเป็น “กิจกรรมในงานประเพณี” หรือกิจกรรมที่จังหวัดเกี่ยวข้องหรือรับทราบ พร้อมระบุว่า รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำส่งสนับสนุนกิจกรรมของจังหวัด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่กำลังถูกตั้งคำถามหนักจากภาคประชาชน คือ การใช้ข้อยกเว้นตามกฎหมายลักษณะดังกล่าว ถูกนำมาใช้เป็น “ช่องทาง” ให้เกิดการเปิดเล่นพนันชนไก่อย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะจากข้อมูลในพื้นที่พบว่า มีการจัดชนไก่แบบ “หมุนเวียนสนาม” กันแทบทุกวันตลอดสัปดาห์
กล่าวคือ หากวันจันทร์เปิดในพื้นที่หนึ่ง วันอังคารอาจย้ายไปอีกอำเภอ ก่อนหมุนเวียนต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ทำให้ในทางปฏิบัติ กลายเป็นว่ามีการเล่นพนันชนไก่เกิดขึ้นได้ทุกวัน แม้กฎหมายหลักเดิมจะกำหนดให้เปิดได้เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์เท่านั้น
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางส่วนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า หากกิจกรรมดังกล่าวถูกระบุว่าเป็น “งานประเพณี” จริง เหตุใดจึงมีลักษณะใกล้เคียงกับการดำเนินธุรกิจพนันเต็มรูปแบบ ทั้งการจัดคู่ชน การเก็บเดิมพัน การหมุนเวียนสนาม และการเปิดต่อเนื่องแทบไม่มีวันหยุด
อีกทั้งยังเกิดคำถามตามมาว่า การใช้ดุลพินิจอนุญาตกรณีพิเศษนั้น มีหลักเกณฑ์ตรวจสอบอย่างไร ใครเป็นผู้พิจารณา และมีการตรวจสอบเส้นทางรายได้ที่อ้างว่านำส่งจังหวัดอย่างโปร่งใสหรือไม่
ล่าสุด ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกจับตาอย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยประชาชนจำนวนไม่น้อยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม และยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายในจังหวัดยังเป็นไปอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
ขณะที่หลายฝ่ายมองว่า หากปล่อยให้การใช้ “ข้อยกเว้น” กลายเป็น “เรื่องปกติ” อาจทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “งานประเพณี” กับ “การพนันเชิงพาณิชย์” เลือนหาย จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมต้องร่วมกันตั้งคำถามต่อไป








