วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงนโยบายการเลือกตั้งภายใต้สโลแกน "เป็นเมือง ฟ้าอมร and more" เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองที่สะดวก สะอาด และสบาย โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวกลั่นกรองมาจากคณะทำงานที่ระดมแนวคิดร่วมกัน ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ในด้านต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากต้องการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวคิด และต้องการให้ความสำคัญกับการพิสูจน์ความเชื่อมั่นต่อประชาชนผ่านคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นอันดับแรก แทนที่จะมุ่งเน้นเรื่องการจัดสรรตำแหน่งในช่วงนี้ โดยจะขอโฟกัสไปที่การแก้ปัญหา การสร้างโอกาส และความหวังให้กับคนกรุงเทพฯ เป็นหลัก
นายอนุชา กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนยังให้ความสำคัญกับบทบาทของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) โดยชี้ให้เห็นว่าการมีจำนวน สก. ของพรรคในสภา กทม. ที่มากพอ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายที่ประกาศไว้ให้สำเร็จลุล่วงได้ตามเป้าหมาย ซึ่งการจัดทัพผู้บริหารในอนาคตจะต้องพิจารณาจากเสียงตอบรับของประชาชนที่มีต่อผู้สมัครของพรรคในทุกเขตเป็นสำคัญ
สำหรับกรณีผลสำรวจโพลที่คะแนนเริ่มต้นยังอยู่ในระดับไม่สูงนัก นายอนุชาชี้แจงว่าเนื่องจากตนเพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่ถึง 2 สัปดาห์ ทำให้ประชาชนบางส่วนอาจยังไม่ทราบข้อมูลว่าเป็นตัวแทนในนามพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคที่จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ทั้งตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ และผู้สมัคร สก. ให้ครบทุกเขต พร้อมกับการลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายและตัวผู้สมัครใหม่ในแต่ละพื้นที่อย่างหนักหน่วงขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือ
"สำหรับการสำรวจความเห็นหรือโพลต่าง ๆ ที่ออกมานั้น ผมมองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการประกอบการพิจารณา ซึ่งแต่ละโพลก็มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป แม้ว่าขณะนี้ผลสำรวจของผู้ว่าฯ คนเดิมจะสูงกว่าร้อยละ 50 แต่เรายังมีเวลาอีกกว่า 30 วันในการนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ผมเชื่อมั่นว่าคนกรุงเทพฯ จะไม่ได้ดูแค่โพลเพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาจากความมุ่งมั่นตั้งใจและนโยบายที่ผู้สมัครนำเสนอ หลังจากนี้เราจะเร่งทำหน้าที่และทำการบ้านให้หนักขึ้น เพื่อให้ประชาชนคนกรุงเทพฯ เข้าใจว่าเรามีความตั้งใจจะทำอะไรในเรื่องใดบ้างให้ได้มากที่สุด" นายอนุชา กล่าว








