สลดกลางฝนชุมพร รถกระบะขนญาติกลับจากตัดทุเรียนเสียหลักข้ามเลนชนประสานงา ดับ 6 ราย บาดเจ็บหลายคน เด็กหญิงวัย 2 ขวบเสียชีวิต ญาติเผยคาดคนขับเร่งรถหนีฝนก่อนเกิดโศกนาฏกรรม
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 พ.ค.69 ร.ต.ท.สานนท์ สิทธิดำรงค์ รอง สว.สอบสวน สภ.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันรุนแรง มีผู้เสียชีวิตหลายรายและผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ บนถนนสายเขาปีบ–เขาทะลุ หมู่ 13 ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร จึงประสานกำลังกู้ชีพกู้ภัยจากหลายหน่วยเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ตอนเดียว สีบรอนซ์เทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร สภาพพังยับทั้งคัน โดยเฉพาะด้านหน้าฝั่งซ้าย ภายในรถพบผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือ นายยศวัฒน์ อายุ 22 ปี คนขับ และ น.ส.พิมพ์กนก อายุ 24 ปี ภรรยา เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำตัวออกจากซากรถก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาล
ส่วนรถคู่กรณีเป็นกระบะมิตซูบิชิสีเขียว ตกลงไปในคูข้างทาง สภาพด้านหน้าพังยับเยินไม่ต่างกัน ภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ 2 ราย คือ นายบรรจง อายุ 65 ปี และ นางจิระวรรณ อายุ 60 ปี สองสามีภรรยาชาว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำร่างออกจากตัวรถท่ามกลางความสลดใจของญาติ
นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตอีก 4 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้โดยสารที่นั่งและยืนอยู่ท้ายกระบะคันต้นเหตุ ถูกแรงกระแทกเหวี่ยงกระเด็นออกนอกรถ เสียชีวิตกระจัดกระจายทั่วบริเวณ ประกอบด้วย น.ส.สุมินตรา อายุ 23 ปี, ด.ญ.นลินนิภา อายุ 2 ปี ลูกสาวคนขับ, น.ส.ปภาวรินทร์ อายุ 18 ปี และ นายณัฐชัย อายุ 22 ปี สภาพศพหลายรายกระดูกหัก คอหัก บางรายตกลงในแอ่งน้ำ และบางรายติดอยู่กับรั้วลวดหนามริมทาง
พยานในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุฝนตกหนัก รถกระบะรั้วสูงคันต้นเหตุขับสวนทางมาด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักหมุนเคว้งกลางถนนแล้วพุ่งชนรถของสองตายายอย่างแรง จนเกิดเสียงดังสนั่น
ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดเพิ่งกลับจากช่วยญาติ “ตัดทุเรียน” ในพื้นที่เขาทะลุ โดยคนที่นั่งท้ายกระบะเป็นญาติและคนงานที่โดยสารกลับมาด้วยกัน คาดว่าคนขับอาจเร่งความเร็วฝ่าสายฝนเพื่อให้คนด้านหลังเปียกฝนน้อยที่สุด แต่เมื่อถึงทางโค้ง รถกลับเสียหลักจนเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้
เบื้องต้นตำรวจได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมด พร้อมเตรียมสอบปากคำคนขับรถกระบะเพิ่มเติม หลังอาการดีขึ้น เพื่อสรุปสาเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อุบัติเหตุครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนราคาแพงของการใช้ความเร็วบนถนนเปียกลื่น โดยเฉพาะการโดยสารท้ายกระบะในช่วงฝนตก ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่มีวันย้อนคืนได้อีกครั้ง








