"จาตุรนต์ ฉายแสง" แถลงย้ำจุดยืนพรรคเพื่อไทย รัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง เปิดกว้างการสนับสนุน ไร้เงื่อนไขแบ่งฝ่ายค้าน-รัฐบาล
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าว รายงานจาก พรรคเพื่อไทย ว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล อดีต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ร่วมกันแถลงข่าว ความคืบหน้าการขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพรรคเพื่อไทย เพื่อเปิดทางสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยย้ำถึงเสียงสะท้อนของสังคม พร้อมชี้ให้เห็นถึงดุลอำนาจทางการเมืองที่เปลี่ยนไปหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจำเป็นต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้งและต่อเนื่องมาจนถึงหลังการเลือกตั้ง ในทุกวงเสวนาและเวทีพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกภาคส่วนและพรรคการเมืองต่างๆ ส่วนใหญ่ต่างมองเห็นพ้องต้องกันอย่างชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหา จนนำไปสู่การที่รัฐสภาลงมติขอให้มีการจัดทำประชามติสอบถามประชาชน ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีผลลัพธ์อย่างที่ทราบกันดีว่า ประชาชนเห็นชอบ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยเสียงท่วมท้น
นอกจากนี้ในวงเสวนาสาธารณะมีข้อห่วงใยที่มีเหตุผลและมีน้ำหนักมาก นั่นคือ เนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากบทเรียนในอดีตชี้ให้เห็นว่า หากปล่อยให้สมาชิกสภาเป็นผู้ดำเนินการจัดทำกันเอง มักจะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หรือข้อครหาตามมาเสมอ ว่าเป็นการทำไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มสมาชิกสภาหรือพรรคการเมืองของตนเองเป็นหลัก
ด้วยเหตุนี้ ในการยกร่างโมเดลแก้ไขของพรรคเพื่อไทย จึงได้นำข้อห่วงใยดังกล่าวมาคํานึงถึงอย่างจริงจัง โดยยึดหลักการสำคัญคือ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ จะต้องไม่ถูกมองว่ารัฐสภาทำกันเอง แต่จะต้องมีโครงสร้างองค์กรหลักอย่าง สสร. รวมถึงกรรมาธิการอีกสองคณะเข้ามาทำหน้าที่แทน โดยเป้าหมายหลักคือ การสร้างองค์กรที่ยึดโยงและเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด พร้อมทั้งผสมผสานผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิชาชีพ และผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับประชาชนและมีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
นายจาตุรนต์ ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในชั้นคณะกรรมาธิการคราวที่แล้ว เสียงโหวตต่างๆ อาจมีลักษณะที่แกว่งไปมา สลับกลุ่มกันสนับสนุน แต่สถานการณ์หลังการเลือกตั้งในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า เสียงข้างมากในรัฐสภามีความชัดเจนและมีความมั่นคงค่อนข้างสูง ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จได้ จึงอยู่ที่ความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ และกระบวนการแก้มาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด มิฉะนั้นแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญอาจถูกชี้นำหรือกำหนดไปตามกระแสเสียงข้างมากทางการเมืองที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชนที่ต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของขั้นตอนการลงชื่อสนับสนุนร่างกฎหมาย นายจาตุรนต์ชี้แจงว่า สส. แต่ละพรรคสามารถลงชื่อสนับสนุนร่างของพรรคอื่นได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย ทางพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะร่วมลงชื่อสนับสนุนให้พรรคอื่นๆ ด้วย โดยจะไม่นำเงื่อนไขเรื่องการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านมาเป็นตัวตั้ง หากพรรคเหล่านั้นมีเจตนารมณ์และมีความตั้งใจร่วมกันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ
“พรรคเพื่อไทยยินดีที่จะร่วมลงชื่อสนับสนุนให้พรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย โดยจะไม่นำเงื่อนไขเรื่องการแบ่งขั้วทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านมาเป็นตัวตั้ง ขอเพียงแค่มีเจตนารมณ์และความตั้งใจร่วมกันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญครับ” นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าว
#จาตุรนต์ฉายแสง #พรรคเพื่อไทย #แก้รัฐธรรมนูญ #รัฐธรรมนูญประชาชน #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #รัฐสภา #ประชามติ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้








