วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชพ.10 (จันทิ้ง) ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชุมพร (กอ.รมน.ชุมพร) ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า (ศปทส.ภ.จว.ชุมพร) และฝ่ายปกครองตำบลหินแก้ว สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าบ้านบางอินทนิล หมู่ 5 ตำบลหินแก้ว อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร หลังได้รับแจ้งเบาะแสการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
จากการตรวจสอบพบพื้นที่ถูกแผ้วถางเป็นแปลงขนาดใหญ่บนภูเขาลาดชัน มีการปรับพื้นที่เป็นขั้นบันไดด้วยรถเครื่องจักร เตรียมใช้ปลูกต้นปาล์มน้ำมัน ภายในพื้นที่ยังพบไม้ตะเคียนจำนวน 5 ท่อน ถูกนำมากองทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ระบบพิกัดดาวเทียม GPS และโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ตรวจสอบแนวเขต พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ “ป่ารับร่อและป่าสลุย” รวมเนื้อที่ประมาณ 23 ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา
ระหว่างการตรวจสอบ พบชายคนหนึ่งอยู่ในพื้นที่ ให้การว่าเป็นเพียงผู้รับจ้างปลูกปาล์มน้ำมัน โดยอ้างว่าได้รับว่าจ้างจากนายจ้างในพื้นที่ตำบลหาดพันไกร อำเภอเมืองชุมพร และเข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารสิทธิถูกต้อง พร้อมระบุว่ามีการนำคนงานและต้นกล้าปาล์มเข้ามาดำเนินการปลูกจริง
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติอย่างชัดเจน แม้มีบางข้อมูลอ้างว่ามีการทำกินมาก่อนปี 2557 แต่คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้
เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ฐานบุกรุก แผ้วถาง และยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งตรวจสอบพื้นที่ป่าบุกรุกเพิ่มเติมในจังหวัดชุมพร หลังพบแนวโน้มการลักลอบแผ้วถางป่าเพื่อขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่อง








