เกิดอุบัติเหตุรถชนหลายคันบนถนนสายเอเชีย 41 ฝั่งขาล่องใต้ พื้นที่ อ.สวี จ.ชุมพร หลังรถบรรทุก 6 ล้อคาดเบรกแตกหรือยางระเบิด พุ่งชนรถที่ชะลอตัวบริเวณจุดตั้งด่านตำรวจทางหลวง ส่งผลให้เกิดเหตุชนต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บหลายราย
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น. ร.ต.อ.เกรียงชัย ชุ่มแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.สวี พร้อมตำรวจทางหลวงชุมพร เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพร เข้าตรวจสอบเหตุอุบัติเหตุหมู่บริเวณก่อนถึงจุดกลับรถหน้าโรงเรียนค่ายลูกเสือ หมู่ 8 ตำบลวิสัยใต้ อำเภอสวี ที่เกิดเหตุพบรถได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน กระจัดกระจายเต็มพื้นถนน ประกอบด้วยรถกระบะฟอร์ดสีเทาของ อบต.วิสัยใต้ รถกระบะโตโยต้า รถเก๋งเบนซ์สีดำ รวมถึงรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ล้มคว่ำ สภาพรถหลายคันพังยับเยิน ขณะเดียวกันยังพบลังบรรจุนมเปรี้ยวยาคูลท์กระจายเกลื่อนถนน
เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 3 ราย หนึ่งในนั้นเป็นพนักงานขายยาคูลท์หญิง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสวีอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาอาการ ภายในรถบรรทุก 6 ล้อ เจ้าหน้าที่พบคนขับถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่กับพวงมาลัย สภาพเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อคือ นายคมกริช ฤทธิศร อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดระนอง เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำร่างออกจากซากรถ
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวบรรทุกวัวมาด้วย โดยวัวเพศผู้ได้กระโดดลงจากรถด้วยความตกใจ ทำให้ได้รับบาดเจ็บและต้องมีการช่วยเหลือในที่เกิดเหตุเช่นกัน
จากการสอบถามพยานในพื้นที่และผู้ขับขี่รถที่อยู่ในเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุบริเวณดังกล่าวมีการตั้งด่านตรวจของตำรวจทางหลวง ทำให้รถทุกคันชะลอตัวและเกิดการสะสมเป็นแถวยาว เมื่อรถบรรทุก 6 ล้อคันเกิดเหตุขับมาถึงที่เกิดเหตุ คาดว่าคนขับพยายามชะลอรถ แต่เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค อาจเป็นยางระเบิดหรือระบบเบรกขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้
จากนั้นรถบรรทุกได้พุ่งชนรถที่จอดรออยู่ด้านหน้าอย่างรุนแรง ก่อนเกิดการชนต่อเนื่องหลายคันเป็นลูกโซ่ ส่งผลให้รถได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบสภาพระบบเบรกและสภาพยางของรถบรรทุก รวมถึงสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป








