ล่าแก๊งปล้นอ้างเป็นตำรวจ! บุกอุ้ม-กักขังแรงงานเมียนมา ยกเซฟหนีกลางดึก สุดท้ายไม่รอด ตำรวจชุมพรไล่ล่ารวบ 2 ผู้ต้องหา พบเป็น อส.-อส.สำรอง
ตำรวจชุมพรเปิดปฏิบัติการล่าระทึก หลังแก๊งคนร้ายแต่งกายคล้ายตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ บุกบ้านแรงงานชาวเมียนมาในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ก่อนกักขังผู้เสียหายและยกตู้เซฟหลบหนี ทรัพย์สินสูญหายจำนวนมาก ล่าสุดสามารถตามรวบผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังเหลือผู้ร่วมก่อเหตุอีกบางส่วนที่อยู่ระหว่างหลบหนี
คดีนี้สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างหนัก หลังพบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และอีกคนเป็น อส.สำรอง โดยตำรวจเผยว่า กลุ่มดังกล่าวมีพฤติกรรมก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง มุ่งเป้าเหยื่อเป็นแรงงานชาวเมียนมา เพราะเชื่อว่าไม่กล้าแจ้งความ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ ผกก.กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร และ พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.ท่าแซะ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน สภ.ท่าแซะ สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ สภ.ละแม เปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายอนุชา ชะชัย อายุ 32 ปี ชาว อ.ท่าแซะ ได้ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร มีอาวุธปืน ใช้ยานพาหนะก่อเหตุ รวมทั้งข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขู่ และครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย
จากการตรวจค้น พบของกลางจำนวนมาก ทั้งแหวน สร้อยคอ ต่างหู เงินสด รถยนต์กระบะ Toyota Vigo Champ สีดำ ยางล้อแม็ก เสื้อผ้าที่ใช้วันก่อเหตุ รวมถึงทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการ
ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน ชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร สามารถติดตามจับกุม นายสันตินัย ประเสริฐ อายุ 34 ปี ได้ในพื้นที่ อ.ละแม พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้นขนาด .45 เครื่องกระสุน และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 11 สีดำ
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันก่อเหตุทั้งหมด 5 คน ขณะนี้จับกุมได้แล้ว 2 ราย ออกหมายจับรวม 3 ราย และอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 ราย ส่วนอีก 2 คนยังอยู่ระหว่างหลบหนี
สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 กลุ่มคนร้ายแต่งกายคล้ายตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักแรงงานชาวเมียนมาในพื้นที่ ม.17 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ก่อนกักขังผู้เสียหายและช่วยกันยกตู้เซฟหลบหนี ภายในเซฟมีเงินสดกว่า 100,000 บาท พลอย และเอกสารสิทธิ์ที่ดินในประเทศเมียนมาอีก 6 ฉบับ
หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร และ สภ.ท่าแซะ เร่งลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เสียหาย และแกะรอยคนร้ายอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังเดินหน้าขยายผลเต็มที่ พร้อมเร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลือและตู้เซฟของกลางที่ยังสูญหาย คาดว่าจะสามารถปิดคดีได้ครบทุกคนในเร็ว ๆ นี้
ภูมิภาค70








