วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ดราม่างานศพภายในวัดถ้ำพรุตะเคียน จังหวัดชุมพร ยังคงร้อนแรงและยังไม่มีแนวโน้มยุติลงง่าย ๆ หลังชาวบ้านและลูกศิษย์หลวงพ่อโปร่ง รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อเจ้าคณะจังหวัดชุมพร และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนไม่อนุญาตให้พระจากวัดเขาเจดีย์ขึ้นนั่งอาสนะร่วมพิธีสวดในงานฌาปนกิจ โดยอ้างว่าเป็น “กฎของวัด”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงานฌาปนกิจเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ศาลาฌาปนสถานวัดถ้ำพรุตะเคียน โดยเจ้าภาพได้อาราธนาพระสงฆ์จากวัดถ้ำพรุตะเคียน 15 รูป และพระจากวัดเขาเจดีย์ อำเภอปะทิว อีก 10 รูป รวมทั้งสิ้น 25 รูป เพื่อร่วมประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุลให้แก่ผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม เกิดข้อขัดแย้งขึ้นเมื่อเจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียนไม่อนุญาตให้พระจากวัดเขาเจดีย์ขึ้นนั่งอาสนะที่เจ้าภาพจัดเตรียมไว้ โดยระบุว่าเป็น “ข้อตกลงของวัด” ส่งผลให้ญาติผู้เสียชีวิตและชาวบ้านเกิดความไม่พอใจ และกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์
ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายวิโรจน์ พัฒน์เจริญ อายุ 53 ปี ชาวตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นน้องชายของผู้เสียชีวิต พร้อมญาติ และนางอมรรัตน์ จันทร์กระจ่าง ตัวแทนชมรมศิษย์หลวงพ่อโปร่ง เดินทางเข้าพบพระครูบัณฑิตธรรมธาดา ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดชุมพร ณ วัดเกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎิ์ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ
ภายในหนังสือร้องเรียน มีการตั้งข้อสงสัยและประเด็นคำถามถึงความเหมาะสมของกฎระเบียบวัด รวมถึงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา อาทิ การที่พระสงฆ์ต่างวัดสามารถร่วมประกอบพิธีสวดได้หรือไม่ และการกำหนดกฎดังกล่าวขัดต่อหลักคำสอนหรือไม่ พร้อมขอให้คณะสงฆ์จังหวัดชุมพรพิจารณาความเหมาะสมของแนวปฏิบัติดังกล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ร้องเรียนยังเสนอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม และเรียกร้องให้พิจารณาบทบาทของเจ้าอาวาสวัดถ้ำพรุตะเคียน รวมถึงเสนอให้มีการแต่งตั้งพระสงฆ์ที่เป็นกลางเข้ามาดูแล เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างวัดและชุมชน
ด้านพระครูบัณฑิตธรรมธาดา เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอรายงานข้อเท็จจริงจากหน่วยงานคณะสงฆ์ตามลำดับขั้น ก่อนจะนำมาพิจารณาแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยย้ำว่าวัดและชาวบ้านต้องพึ่งพาอาศัยกัน และไม่สามารถแยกขาดจากกันได้
หลังจากนั้น กลุ่มผู้ร้องเรียนได้เดินทางต่อไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร ณ ศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนเพิ่มเติม โดยมีนางสาวบุศรา ขาวจัตุรัส ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชุมพร เป็นผู้รับเรื่อง พร้อมระบุว่าจะประสานให้วัดถ้ำพรุตะเคียนชี้แจงข้อเท็จจริง และรวบรวมข้อมูลเพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน กระแสดราม่ายังคงขยายวงกว้างในสังคมออนไลน์ โดยมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของแนวปฏิบัติภายในวัด และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชนในระยะยาว ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากคณะสงฆ์จังหวัดชุมพร








