ความคืบหน้ากรณีดราม่างานศพในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังเกิดเหตุเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งไม่อนุญาตให้พระสงฆ์จากวัดอื่นขึ้นนั่งอาสนะร่วมประกอบพิธีสวดในงานฌาปนกิจ โดยอ้างว่าเป็น “กฎของวัด” จนเกิดเสียงวิพากษ์ถึงความเหมาะสม
โดยประเด็นดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายในสังคม รวมถึงชาวพุทธในพื้นที่ ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของข้อห้ามดังกล่าว แม้พระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องจะเป็นศิษย์ในสายเดียวกันของ “หลวงพ่อโปร่ง โชติโก” พระเกจิชื่อดังผู้ล่วงลับก็ตาม
ต่อมา เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดเกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎิ์ หมู่ที่ 1 ตำบลวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อสอบถามข้อมูลจาก พระครูบัณฑิตธรรมธาดา ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดชุมพร
พระครูบัณฑิตธรรมธาดา เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานรายละเอียดอย่างเป็นทางการครบถ้วน แต่โดยหลักการแล้ว หากวัดใดมีการกำหนดกฎหรือระเบียบภายใน ก็ควรแจ้งให้ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์รับทราบ เพื่อพิจารณาความเหมาะสม เนื่องจากบริบทของสังคมเปลี่ยนไป หลายเรื่องจำเป็นต้องใช้ความยืดหยุ่นและการพูดคุยทำความเข้าใจกัน
ทั้งนี้ ท่านระบุเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลเบื้องต้น อาจเกิดจากการที่เจ้าภาพไปนิมนต์พระจากวัดอื่นมาร่วมพิธีโดยไม่ได้แจ้งหรือประสานงานกับเจ้าอาวาสวัดในพื้นที่ก่อน จึงอาจทำให้เกิดความไม่เข้าใจและนำไปสู่ปัญหาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม พระครูบัณฑิตธรรมธาดายังกล่าวว่า ในปัจจุบันหลายวัดมีพระจำพรรษาไม่เพียงพอ การนิมนต์พระจากวัดอื่นมาช่วยประกอบพิธีถือเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นควรมีการประสานงานกันล่วงหน้า เพื่อป้องกันความขัดแย้งและความรู้สึกไม่เหมาะสมในงานบุญ
พร้อมระบุว่า “หากมีกฎห้ามพระต่างวัดร่วมสวดจริง ส่วนตัวมองว่าต้องนำกลับมาทบทวน เพราะอาจมีความเข้มงวดเกินไป แต่ยังต้องรอข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อนพิจารณา” นอกจากนี้ คณะสงฆ์จังหวัดชุมพรจะประสานตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าคณะตำบลและเจ้าอาวาสวัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง ก่อนกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไปอย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน กระแสในโลกออนไลน์ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง โดยมีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย บางส่วนมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาภายในวงการสงฆ์ และอาจกระทบต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน หากไม่มีคำชี้แจงหรือแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน








