วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร เปิดเผยความคืบหน้ากรณีมีประชาชนและชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดพิจิตร ร้องเรียนโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิจิตร งบประมาณรวม 2,568,000 บาท หลังพบความเสียหายผิดปกติในระยะเวลาใช้งานสั้นมาก โครงการดังกล่าวเป็นงานก่อสร้างฝายน้ำล้น คสล. ภายในลำคลองบ้านปากคลอง หมู่ 11 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร โดยมีป้ายโครงการระบุระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2568 รวมระยะเวลา 120 วัน
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นและการร้องเรียนของชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่าโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา และเริ่มมีการใช้งานจริงไม่นาน ก่อนเกิดเหตุฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงวันที่ 9–10 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้มีมวลน้ำจำนวนมากไหลผ่านลำคลองบริเวณฝายน้ำล้น ต่อมาในคืนวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 พบว่าฝายน้ำล้นดังกล่าวเกิดการแตกร้าวและพังเสียหายลงอย่างรวดเร็ว โดยชาวบ้านระบุว่าโครงสร้างสามารถใช้งานได้จริงเพียงประมาณ 2 วันเท่านั้น ก่อนจะเกิดความเสียหาย ซึ่งสร้างความกังวลต่อมาตรฐานการก่อสร้างและการควบคุมงานของโครงการภาครัฐ
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพโครงสร้างบริเวณสันฝายน้ำล้น โดยเห็นรอยแตกร้าวของปูนและโครงสร้างคอนกรีต พร้อมตั้งคำถามถึงการดำเนินงานว่าได้มีการใส่เหล็กเสริม การบดอัดดิน การตอกเสาเข็ม และการก่อสร้างตามแบบแปลนทางวิศวกรรมครบถ้วนหรือไม่
จากกรณีดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช. พิจิตร ได้รับทราบเรื่องและจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้น พร้อมเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้รับจ้าง และเครือข่ายภาคประชาชน เข้าร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโครงการอย่างรอบด้าน
สำหรับแนวทางการตรวจสอบในระยะต่อไป จะมีการเชิญวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมวิเคราะห์แบบแปลนและโครงสร้าง พร้อมตรวจสอบมาตรฐานงานก่อสร้างอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของความเสียหาย ว่าเกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติ การออกแบบไม่เหมาะสม หรือปัญหาด้านคุณภาพงานก่อสร้าง
โดย ป.ป.ช. พิจิตร ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบว่างานก่อสร้างเป็นไปตามแบบแปลน แต่ยังอยู่ในระยะรับประกันผลงาน จะให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างประสานผู้รับจ้างเข้าดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขโดยเร็ว แต่หากพบว่ามีการก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หรือมีพฤติการณ์เข้าข่ายการทุจริต จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ย้ำว่า การตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินจากภาษีประชาชนเกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยยังไม่มีการชี้มูลความผิดแต่อย่างใด อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม








